posted on 09 May 2009 10:03 by natchi
2009年 5月 9日
วันนี้มีหนังสือมาแนะนำค่ะ
เพิ่งอ่านจบเมื่อวาน (จริงๆ ซื้อมานานละ แต่ไม่ค่อยว่างอ่าน)
เป็นหนังสือดีๆ ที่อยากชวนให้คนอื่นๆ ได้อ่านด้วย
เล่มนี้ค่ะ "The Orange girl" หรือชื่อภาษาไทยว่า "ส้มสื่อรัก"
ฟังดูเหมือนนิยายรักกุ๊กกิ๊กเนอะ ทีแรกก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน เกือบวางคืนชั้นหนังสือไปแล้ว ถ้าไม่เหลือบไปเห็นชื่อผู้แต่งซะก่อน
"Jostein Gaarder"
หลายคนอาจจะรู้จักเขาแล้วจากหนังสือแนวปรัชญาชื่อก้อง "โลกของโซฟี" งานของเขามักจะสอดแทรกปรัชญายากๆ ที่อธิบายให้คนอ่านเข้าถึงได้ง่ายผ่านตัวละครที่ดูธรรมดา แต่กลับน่าสนใจอย่างประหลาด ดังนั้นจึงไม่ลังเลที่จะซื้อหนังสือเล่มนี้ค่ะ
เรื่องราวโดยย่อภายในหนังสือเล่มนี้ ได้กล่าวถึงปรัชญาที่เกี่ยวกับชีวิตของคนเรา และคำถามพื้นๆ ที่เรามักสงสัยกันตั้งแต่วัยเด็กจะถูกยกขึ้นมาตั้งต่อหน้าเราอีกครั้ง ....
ยอน โอลอฟ นายแพทย์และนักประพันธ์สมัครเล่น ได้ตัดสินใจหลังจากรู้ว่าอีกไม่นานเขาจะต้องลาจากภรรยาอันเป็นที่รัก และลูกชายที่ยังเยาว์วัยเกินกว่าจะรู้จักเขาดีพอ เขาเขียนจดหมายจ่าหน้าซองถึงลูกชายในอีกสิบเอ็ดปีข้างหน้า เมื่อลูกมีวัยวุฒิพอที่จะพูดคุยกับเขาในฐานะ "ลูกผู้ชาย" ผ่านทางจดหมาย
เมื่อถึงวันที่ ยอร์จ ผู้เป็นลูกชายเปิดผนึกจดหมายนั้น ความทรงจำอันเลือนรางเกี่ยวกับพ่อกระจ่างชัดขึ้น และแล้วเขาต้องหยุดขบคิดกับคำถามของพ่อที่รอคำตอบจากเขามาร่วมสิบปี
แล้วคุณล่ะ ... ถ้าจะต้องตอบคำถามนี้ คุณจะตอบว่าอะไร??
posted on 08 May 2009 16:34 by natchi in Diary
2009年 5月 8日
วันเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกเลย
เผลาแป๊บเดียวก็เป็น Extern (นิสิตแพทย์ปี6) มาได้สองเดือนแล้วนะนี่...
มองย้อนกลับไป รู้สึกเหมือนเพิ่งขึ้นปี 1 เมื่อวานนี้เอง จำได้ว่าตอนนั้นไม่ค่อยใส่ใจกับชีวิตซักเท่าไหร่ ^^'''
เพราะยังไม่ค่อยได้ยุ่งเกี่ยวกับคนไข้มากนัก แต่พอขึ้นปีสูงๆ เข้า ชีวิตก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับคนไข้ ก็ต้องทำหน้าที่ซักประวัติตรวจร่างกาย เขียนรายงาน แต่ยังไม่ได้รักษา พอโตหน่อยเริ่มเรียนรู้วิธีรักษา แต่ก็ไม่ได้ใช้จริง
ตอนนี้เริ่มต้องคิด ต้องวางแผนรักษาคนไข้จริงๆ แล้ว (แต่ก็ยังมีพี่ๆ แพทย์ที่จบแล้ว และอาจารย์ดูแลอย่างใกล้ชิด)
ยังไงดีล่ะ รู้สึกบ่าเริ่มจะหนักขึ้นเรื่อยๆ
อีกปีเดียวก็จะจบแล้วแฮะ เหมือนรถไฟใกล้ถึงสถานีปลายทาง ถึงตอนนั้นเมื่อลงจากรถไฟขบวนนี้ ก็ต้องรับผิดชอบหน้าที่อย่างเต็มตัว เพราะไม่มีใครมาคอยบอกคอยสอนแล้ว
บางทีก็รู้สึกหวั่นๆ
จากการที่อยู่ในโรงพยาบาล กึ่งทำงานกึ่งเรียนบนแผนกเด็กมาสองเดือน ได้เห็นตั้งแต่เด็กแรกเกิด แข็งแรง และอ่อนแอ เด็กสบายดีที่มาตรวจสุขภาพรับวัคซีนเฉยๆ เด็กป่วย จนถึงเด็กป่วยหนัก แล้วก็มีบางคนที่ต้องจากไปก่อนวัยอันควร
รู้สึกว่า ตอนนี้ตัวเรายังอ่อนหัดนัก ต้องพยายามให้มากๆ เพื่อทำหน้าที่ให้ได้ดีในอนาคต
เอาล่ะ เตรียมตัวสู่แผนกต่อไป "อายุรกรรม" (จากเด็กไปสู่ผู้ใหญ่แฮะ) งานช้างล่ะทีนี้ คงหนักกว่าที่ผ่านมาหลายเท่าตัว
สู้ตรายยยยยย !!!
posted on 22 Mar 2009 12:00 by natchi in Diary
2009年 3月 22日
15 มีนาคม พ.ศ. 2552 ..วันที่พวกเรา นสพ. ปี5 ทั้งหลายต้องปีนข้ามกำแพงสูงแห่งที่สองของชีวิตการเรียนแพทย์ นั่นคือการสอบประเมินความรู้ความสามารถการประกอบวิชาชีพเวชกรรมขั้นตอนที่2 เรียกย่อๆ กันว่า licence ขั้นสอง ถ้าไม่ผ่านการสอบนี้ หนทางการเป็นแพทย์ในอนาคตก็จะห่างไกลออกไป เพราะต้องกลับมาสอบใหม่อีกรอบ (เสียค่าสอบแพงด้วย) การสอบ เป็นข้อเขียนแบบปรนัย300ข้อ แบ่งสอบครึ่งเช้า ครึ่งบ่าย ให้เวลา ครึ่งละ 3 ชั่วโมง สนามสอบของพวกเราเด็กมศว อยู่ที่ประสานมิตร กทม....แต่ที่เรียนเราอยู่ องครักษ์ ..นครนายก...
.....เวรกรรม
พวกเราที่อยู่หอ (ส่วนใหญ่) จึงต้องตื่นแต่ไก่ยังไม่โห่ ขึ้นรถบัสตั้งแต่ฟ้ายังมืดเพื่อมาให้ทันสอบเวลาแปดโมงครึ่ง นอนมาสอบกันเลยทีเดียว(555 หมายถึงนอนบนรถนะ)
สอบช่วงเช้า ตื่นเต้นมาก ข้อสอบเยอะมาก โจทย์ก็ยาวววววววมากเช่นกัน หลอกให้เราอ่านจะได้เสียเวลาเยอะๆ (- -lll) ประมาณ 50 ข้อแรก ใช้เวลาคิดต่อข้อนานมากทีเดียว แบบว่า ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำ กลัวผิด ...แต่พอรู้สึกตัวอีกที
"เหลือเวลาอีก 45 นาที" เสียงอ. ผู้คุมสอบดังกระแทกหน้าอย่างจัง ...แม่เจ้า ตูเหลืออีกเกือบร้อยข้อ ไม่ต้องบอกคงนึกภาพออก หัวใจร่วงไปอยู่ที่นิ้วโป้งเท้าแล้ว กรี๊ดดดดดดดดดด วงข้อสอบแบบแทบไม่ดูโจทย์เลย อ่านผ่านๆ เห็นคำที่เป็นคีย์เวิร์ด แบบคุ้นๆ ก็กากากากากาไม่คิดชีวิต สุดท้ายหมดเวลา วางปากกา .. ไม่ได้วงไปสองข้อ ...ไม่ทัน ฮือๆๆๆๆ
รอบบ่าย ข้อสอบยากกว่ารอบเช้า แต่ดีที่โจทย์สั้นกว่าเลยทำทัน แต่ก็นะ...ทำไปก็ไม่รู้ว่าถูกรึเปล่า เซ็งเลย ออกมานอกห้องสอบ ลองเช็คกับเพื่อนๆ ยิ่งเซ็งหนัก ...ไม่ตรงกันเยอะมาก...และมีแนวโน้มว่าเพื่อนจะถูกมากกว่า ฮือออออ ..... จะตกมั้ยเนี่ยยยยย
20 มีนาคม ... อีกห้าวันถัดมา เป็นการประกาศผลสอบ ..ว่าเราจะข้ามกำแพงนี้ไปได้หรือไม่...
ตอนเที่ยง เพื่อนๆ ที่กระจายตัวอยู่ตามรพ.ต่างๆ โทรมา "ผลสอบออกแล้วนะ ให้เราดูให้มั้ย" แน่นอนว่าให้เพื่อนดูให้มันต้อสะดวกแน่นอน เพราะเราก็ไม่รู้จะหาเน็ตหาคอมที่ไหนมาเปิด แต่....
"ไม่ล่ะ เรากลัว ขอไปลุ้นเองดีกว่า" .... ผ่านไม่ผ่าน ตูก็อยากดูด้วยตัวเองฟระ! ในที่สุดก็มีเพื่อนใจดี และเน็ตดีๆ ทำให้เราได้เปิดดูผลสอบตัวเอง ....
คลิก! เข้าหน้าดูผลสอบ
ปิ๊ง.... This page cannot be found....
กำ เว็บล่ม ....
แต่ก็ยังพยายามเข้าต่อไปจนได้
และแล้ว
\ ^o^ /
ผ่านเจ้าค้า~~~ เย้ๆ ไม่ต้องสอบใหม่เสียตังแล้วววว ดีใจมากมาย
เบื้องหลังกำแพงที่เพิ่งข้ามมาได้นั้น ..ยังมีถนนทอดยาวออกไปสุดลูกหูลูกตา ปลายทางนั้นมีกำแพงแห่งที่สามรออยู่ นั่นคือการสอบประเมินความรู้ความสามารถการประกอบวิชาชีพเวชกรรมขั้นตอนที่สาม กว่าจะถึงตรงนั้นต้องฟันฝ่าอุปสรรครอบด้านตลอดเส้นทางเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม .... สู้ตายยยยย
ตอนนี้เป็น EXTERN (นิสิตแพทย์ปี6) เต็มตัวแล้วค่ะ ยังปรับตัวไม่ค่อยได้เลย แต่จะพยายามต่อไปคร้าบบบ
posted on 01 Jan 2009 00:47 by natchi in Fic-HIATUS
2008年 12月 28日
อิอิ จู่ๆ ก็นึกครึ้มอะไรไม่รู้ อยากเปลี่ยนธีมใหม่ให้เข้ากับชื่อบล็อก "HIATUS" ...นิยายเรา ก็ต้องมีตัวละครของเราสิ!! เลยเลือกตัวละครที่วาดง่ายที่สุดมาเป็นธีม "เลนิส กราเทีย" หรือ"หนูลิน" ในภาคที่ยังเป็นแฟนฟิคของแร็คฯนั่นเอง ไหนๆ ก็กะแต่งเป็นออริจินอลแล้ว เปลี่ยนชื่อด้วยซะเลย พยายามวาดอยู่ในคอมนานมาก เพราะไม่มีแสกนเนอร์ มีแต่เมาส์หนูตัวเดียว แถมใช้โปรแกรมก็งูๆปลาๆ T_T รอบแรกถึงขั้นท้อ เกือบเลิกวาดละ แต่ในที่สุดก็วาดสำเร็จออกมาได้ ....เฮ้อเหนื่อย ทำได้เต็มที่เท่านี้แหละ ดีไม่ดียังไงช่วยคอมเม้นต์ด้วยนะคะจะได้เอาไปปรับปรุงเพื่องานหน้า
ส่วนนิยายที่พยายามแปลงร่างจากแฟนฟิคเป็นออริจินอลนั้น....
แต่งไปแต่งมา....นี่มันเรื่องเดียวกันแน่เรอะ!!!! o_Olll
พยายามต่อไป ได้แต่บอกตัวเองว่าซักวันต้องแต่งให้จบให้ได้ (ว่าแต่วันนั้นมันวันไหนล่ะ??)
เอาแต่เล่นเน็ต ไม่ได้อ่านหนังสือเลยตอนนี้ เห็นทีต้องจรลีไปซบหนังสือซะก่อนจะแต่งนิยายละเน้อ >