Stage5-part2
posted on 22 Oct 2006 21:55 by natchi in Fic-HIATUSStage 5 ผู้ช่วยเหลือ (part2)
เรซัสและมิดิลเข้ามาใน F4 เห็นทางเปิดโล่งเหมือนกำลังเชื้อเชิญให้พวกเขาเข้าไป ทั้งสองเดินเข้าไปอย่างไม่กลัวเกรง "ตามแผนนะเรซัส" มิดิลพูดกับเรซัสเบาๆ "รู้น่า ฉันไม่ทำพลาดเป็นครั้งที่สองหรอก เสียหน้าตายชัก" เขากล่าว สีหน้าที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจของเขาทำให้มิดิลใจชื้นขึ้น เมื่อทั้งสองเดินไปถึงห้องกลางซึ่งเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ภายในเรียงรายไปด้วยมอนสเตอร์ลูกสมุนของ Turtle General และตรงกลางของพวกมันคือ เจ้า Turtle General ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์
"มาจนได้นะ เจ้าพวกมนุษย์" มันกล่าวพร้อมแสยะยิ้ม
"พวกเขาอยู่ไหน?!" มิดิลตะโกนถาม
Turtle General ยกมือขึ้นห้าม "อย่าใจร้อนสาวน้อย พวกของเจ้าก็อยู่แถวๆนี้ แหละ ห้องนี้เป็นห้องที่อยู่ตรงกลาง รอบข้างนี้ยังมีอีกสี่ห้อง หนึ่งในห้องนั้นเป็นห้องที่ข้าขังพวกมันไว้ ซึ่งนั่นก็แล้วแต่เจ้าล่ะนะว่าจะมีปัญญาไปช่วยพวกมันหรือไม่" มันยังคงยิ้มเยาะอย่างดูหมิ่น "นักเวทย์แค่สองคนคงไม่ต้องถึงมือข้าละมั้ง" มันยกมือขึ้นทำท่าจะให้สัญญาณโจมตีเรซัสรีบพูดขัดขึ้นทันที
"จะใช้วิธีรุมงั้นเรอะ เฮอะ! นึกว่าจะแน่ ฉันว่าแกกลัวพวกเรามากกว่าละมั้งถึงไม่ยอมมาสู้เอง"
Turtle General ชักฉุน "ว่าไงนะเจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม หาว่าข้ากลัวเจ้าอย่างนั้นรึ" เวลานั้นชาร์มีนก็แอบเข้ามาใน F4 อย่างเงียบๆ พร้อมกับวิคโก้ เธอแอบมองไปที่ห้องโถงกลางเมื่อเห็นเหล่ามอนสเตอร์ไปจุกกันที่นั่นทั้งหมดเธอจึงใช้ Tunnel Drive ค่อยๆ เดินผ่านไปยังห้องอื่นแต่ด้วยสายตาที่เฉียบคมของ Turtle General มันเหลือบไปเห็นชาร์มีนขณะที่มุดลงไปพอดี แม้จะเห็นเพียงเงาตะคุ่มๆ มันตะคอกขึ้นมาทันที
"ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ !! หนอย..พวกแกพาพวกมาด้วยรึนี่" เรซัสกับมิดิลใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ถ้าชาร์มีนถูกจับได้แผนคงพังแน่ๆ ทันใดนั้นวิคโก้ก็โฉบออกมาจากจุดที่ชาร์มีนมุดลงไป Turtle General ระเบิดหัวเราะออกมา "ฮ่าๆๆๆๆ นึกว่าอะไรที่แท้ก็ไอ้ Falcon งี่เง่าที่ข้าปล่อยมันไปส่งข่าวนี่เอง พวกเจ้าเสียสติไปแล้วหรือไง ลำพังพวกเจ้าสองคนกับนกนี่อีกตัวคิดจะมาช่วยคน ช่างน่าขำซะจริงๆ ฮ่าๆๆๆๆ"
"ไม่ลองจะรู้เรอะ" เรซัสพูดเป็นเชิงท้าทาย "ว่าแต่จะเข้ามาได้รึยังล่ะ มาเจอกันหน่อย" เขาชูไม้เท้าขี้นเหวี่ยงไปมา
"หึๆๆ ข้ารู้นะว่าพวกเจ้าคิดอะไรอยู่ คิดจะหลอกให้ข้าสู้คนเดียวล่ะสิ ข้าไม่หลงกลพวกเจ้าหรอก" มันกล่าวอย่างรู้ทัน
เรซัสนึกอยู่แล้วว่ามันต้องมาไม้นี้จึงตอบกลับไปว่า "งั้นหรอ พูดได้ดีนี่เอาตัวรอดได้ฉลาดมากทีเดียวนะ กลัวจะแพ้พวกเราล่ะสิไม่ว่า อย่างนี้ก็แสดงว่าฝีมือแกมันคงด้อยกว่าพวกลูกกระจ๊อกสินะ ฉันขอคืนคำพูดของแกให้นะ แกน่ะมันก็แค่ไ อ้เต่าโหลยโท่ยที่คอยซุกหัวอยู่หลังลูกน้องเท่านั้นแหละ ท่านนายพล" มิดิลได้ทีก็พูดเสริม "พอเถอะเรซัส ฉันว่าท่านนายพลคงอยากจะหดหัวอยู่ในกระดองดูลูกน้องสู้มากกว่า อย่าไปบังคับเขาเลยน่ะ" Turtle General ได้ฟังก็โมโหถึงขีดสุด มันชักดาบคู่ออกมา
"กรอด...ไ อ้พวกไม่เจียมสังขารวันนี้ข้าจะถลกหนังพวกเจ้าออกมาปูพื้นวังข้าให้ได้!! สมุนข้าไม่ต้องเข้ามายุ่งนะ!!" เป็นไปตามแผน ถ้าสู้กับหัวหน้ามันตัวเดียวอาจพอถ่วงเวลาไว้ได้ เพื่อให้ชาร์มีนหาเพื่อนๆ ของพวกเขาให้เจอ การต่อสู้บน Turtle Island เริ่มขึ้นอีกครั้ง
Turtle General ตวัดดาบพุ่งมาหาพวกเรซัส ทั้งสองแยกกันหลบไปคนละทางแล้วร่ายเวทย์ Fire Bolt โจมตีทันที Turtle General ซึ่งแพ้ไฟ เสียจังหวะไปเล็กน้อย มันพุ่งเป้าไปที่เรซัส เรซัสรีบร่าย Fire Wall กั้นไว้แต่ทว่า Turtle General กระโดดข้ามแนวกำแพงได้อย่างง่ายดาย ขณะที่ขามันกำลังแตะพื้นก็ปรากฏหอกดินพุ่งจากพื้นแทงเข้าใส่มัน "คิดว่าของแค่นี้จะหยุดข้าได้เรอะ!!" มันตะโกนก้องแล้วตวัดดาบอย่างรวดเร็วฟันหอกดินที่พุ่งขึ้นมาจนแหลกละเอียด แต่เมื่อมันลงถึงพื้นเรซัสได้หายไปแล้ว
"มองไปไหนกันท่านนายพล" เสียงเรซัสดังมาจากด้านบน เขากระโดดขึ้นไปอยู่เหนือศีรษะของ Turtle General ลูกไฟลูกหนึ่งพุ่งเข้าใส่หน้าของมันเต็มๆ "แก!!" มันแทงดาบขึ้นฟ้าหมายจะเสียบทะลุกลางตัวเรซัสแต่ลูกไฟอีกสิบลูกจากมิดิลพุ่งเข้าใส่หลังมันทำให้ดาบของมันพลาดเป้าไป มันถลาไปข้างหน้าแล้วชนกับกำแพงไฟที่เรซัสร่ายดักมันไว้พอดี
การต่อสู้อันดุเดีอดได้ดึงความสนใจของทุกสายตาในห้องโถงไปจนหมดสิ้น ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าวิคโก้ได้บินออกจากห้องโถงไปแล้ว มันมาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องขวาบนพร้อมกับชาร์มีนที่โผล่หัวขึ้นมาจากใต้ดิน
"ห้องนี้ไม่มีแฮะ ไปห้องต่อไปละกัน รีบไปกันเถอะวิคโก้เดี๋ยวสองคนนั่นจะซี้แหงแก๋ซะก่อน" พูดจบเธอก็มุดลงดินต่อเพื่อตรงไปยังห้องต่อไปโดยมีวิคโก้บินตามไปอย่างเงียบๆ
ทางด้านเรซัสและมิดิลที่คอยยิงเวทย์ตอดเล็กตอดน้อยเพื่อถ่วงเวลา Endure! เจ้าTurtle General ใข้คาถาใส่ตัวเองทำให้มันไม่ชะงักเมื่อถูกเวทย์ มันพุ่งหาทั้งสองด้วยความเร็วสูงแล้วฟาดดาบลงไปที่มิดิลซึ่งอยู่ในระยะที่ใกล้เกินกว่าจะร่ายเวทย์ทัน ทันใดนั้น Blue Gemstone ได้ถูกขว้างมาที่พื้นที่มิดิลยืนอยู่ ปรากฏกำแพงสีขาวรอบตัวเธอทำให้ดาบของ Turtle General ทำอันตรายมิดิลไม่ได้ โชคดีที่เรซัสร่าย Safety Wallให้เธอทัน
"หนอยเจ้าตัวยุ่ง" Turtle General พุ่งเข้าหาเรซัส มิดิลร่าย Fire Bolt สกัดไว้แต่คาถา Endure ทำให้มันวิ่งต่อได้โดยไม่หยุดชะงัก มันฟันดาบลงไปที่เรซัส เขาเบี่ยงตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิวแต่สิ่งที่ Turtle General เล็งไว้ไม่ใช่ตัวเขาแต่เป็นถุงเล็กๆ ที่เขาเหน็บไว้ข้างตัวซึ่งภายในนั้นใส่ Blue Gemstone ไว้ Turtle General ใช้ดาบเกี่ยวถุงนั้นขาดออกไปทำให้ Blue Gemstone ตกกระจายลงบนพื้น แล้วมันก็ใช้เท้าเหยียบจนหินนั้นแหลกละเอียด
"เสร็จกัน!" เรซัสร้องขึ้น เมื่อไม่มีหินพวกนี้เขาก็ใช้ Safety Wall ไม่ได้อีกแล้ว Turtle General ฟาดดาบอีกเล่มลงมาที่ตัวเขา เรซัสรู้ตัวว่าหลบไม่ทันแน่จึงใช้ไม่เท้ารับไว้ได้แต่ด้วยแรงอันมหาศาลของ Turtle General ทำให้ดาบถูกกดเข้าไปใกล้เรซัสมากขึ้นเรื่อยๆ จนถูกคมดาบบาดเข้าที่หัวไหล่ขวาเป็นแผลลึก Turtle General แสยะยิ้มอย่างผู้ชนะ มันเริ่มร่ายคาถาอีกครั้งคราวนี้มีแสงสีเหลืองทองห่อหุ้มร่างมันไว้
"นั่นมัน Twohand Quicken! " มิดิลอุทาน เมื่อเห็น Turtle General กำลังเงื้อดาบฟันเรซัสเธอก็รีบพุ่งออกจาก Safty Wall ทันที
"Fire Wall!!" บังเกิดกำแพงไฟขวางกั้นระหว่าง Turtle General และเรซัส ทำให้เรซัสฉวยโอกาสหนีออกจากรัศมีดาบได้ มิดิลเข้าไปพยุงเรซัสไว้ Turtle General เอามือกุมหน้าของตนที่ถูกไฟคลอกแล้วตะคอกเสียงดัง "เจ้าพวกมดปลวกน่ารำคาญที่สุด เห็นทีข้าต้องจัดการขั้นเด็ดขาดซะแล้ว!!" แววตาของมันเผยรังสีอำมหิตแรงกล้า
"เจอแล้วนั่นไง!!" ชาร์มีนร้องด้วยความยินดี เธอพบพวกนิโคลัสอยู่ในห้องด้านล่างทางซ้าย พวกเขาดูอ่อนล้าเพราะพิษบาดแผล ด้านในสุดพรีสเฒ่าคนหนึ่งยังไม่ได้สติ
"นี่!! พวกนายเป็นเพื่อนของมิดิลใช่มั้ย?" ชาร์มีนโผล่ขึ้นมาท่า Tunnel Drive ถามพวกเขา
"ใช่ แล้วเธอเป็นใครทำไมรู้จักพวกเรา" มาร์คัสเอ่ยถาม ในบรรดาพวกเขามาร์คัสดูจะมีสภาพสมบูรณ์กว่าใคร
"...ฉันชื่อชาร์มีน จะเป็นใครก็ช่างเถอะรู้แค่ว่าฉันมาช่วยก็แล้วกัน รีบไปเถอะก่อนที่เรซัสกับมิดิลจะต้านเจ้าเต่าแก่ไม่อยู่ " เธอพูดพลางพยายามพังประตูห้องขัง แต่มันแข็งแรงมาก
"แล้วเราจะเชื่อใจเธอได้ยังไง.." ควีเน่พูดด้วยท่าทีระแวง แต่เมื่อเห็นวิคโก้เธอก็เชื่อที่ชาร์มีนพูด
"วิคโก้...ฉันนึกว่าแกตายไปแล้วซะอีก ดีใจจริงๆที่แกยังอยู่" วิคโก้บินลอดซี่กรงเข้ามาหาควีเน่ เธอกอดมันไว้แน่นน้ำตาไหลด้วยความยินดี
"นี่...อย่าเพิ่งเล่นเลิฟซีนตรงนี้จะได้มั้ย มาช่วยกันพังกรงบ้านี่ดีกว่า แข็งชะมัด" ชาร์มีนพูดเสียงอ่อย
"ไม่มีประโยชน์หรอกพวกฉันลองดูแล้ว" ฟินิกซ์พูด "ท่าทางคงต้องใช้กุญแจไขแต่ไม่รู้พวกมันเก็บกุญแจไว้ที่ไหน"
ชาร์มีนสำรวจประตูอย่างละเอียดอีกครั้งแล้วเธอก็พบรูกุญแจ "อืม....ดูจากลักษณะของรู กุญแจน่าจะเป็นแบบโบราณสมัยที่ใช้ขังนักโทษประหารในคุกมืด" ชาร์มีนมองอย่างครุ่นคิด แล้วเธอก็ล้วงกระเป๋าหยิบมีดปลายแหลมขนาดเล็กมากเล่มหนึ่งออกมาแล้วสอดมันเข้าไปในรูกุญแจ พวกมาร์คัสมองการกระทำของเธอด้วยท่าทีสงสัย ระหว่างที่กำลังงัดแงะอยู่ชาร์มีนก็พูดขึ้นว่า "ไม่ต้องห่วงน่า ฉันเคยถอดสลักประตูมานักต่อนักแล้ว" ไม่กี่อึดใจก็ได้ยินเสียงดัง แกร๊ก!! ประตูถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย ทำเอาทุกคนอึ้งไปเลย
"เอาล่ะ เผ่นกันเถอะ" ชาร์มีนกวักมือให้พวกเขาตามเธอไป ทุกคนค่อยๆ ทยอยออกมาโดยที่มาร์คัสรับอาสาแบกนิโคลัสไป
ฝ่ายเรซัสกับมิดิลที่กำลังย่ำแย่ พวกเขาถูก Turtle General ไล่ล่าอย่างบ้าคลั่ง พลังเวทย์เริ่มเหลือน้อยลงทุกที Turtle General เริ่มร่ายเวทย์บ้าง แสงสีฟ้าห้อมล้อมรอบตัวมัน มันกำลังร่ายWater Ball !!
" Spell Breaker!" มิดิลรีบสลายเวทย์ของ Turtle General
"กรอด.. นังตัวดี" Turtle General แทงดาบไปที่มิดิล เธอรีบถอยห่างทันทีดาบเฉียดปลายผมไปอย่างหวุดหวิด
"Quagmire!!" เรซัสร่ายเวทย์ไปตรงจุดที่ Turtle General ยืนอยู่ ทำให้พื้นรอบบริเวณนั้นกลายเป็นบึงโคลนดูดขาของมันจนแทบจะเดินไม่ได้ บึงโคลนคงสามารถหยุดการเคลื่อนไหวของมันได้ระยะหนึ่ง ทันใดนั้นเรซัสก็เหลือบไปเห็นวิคโก้บินออกมาเป็นสัญญาณบอกว่าชาร์มีนช่วยพรรคพวกเขาได้แล้ว เรซัสพยักหน้าเล็กน้อยให้มิดิลรู้ ทั้งสองคนถอยมาอยู่ใกล้ๆ กัน
เรซัสกระซิบกับมิดิล "ชาร์มีนทำสำเร็จแล้ว เอางี้นะ ฉันจะเป็นตัวล่อมันให้เธอฉวยจังหวะนั้นไปสมทบกับพวกชาร์มีนแล้วหนีออกไปนะ"
"ไม่..ถ้าจะหนีก็ต้องไปพร้อมกัน ฉันต่างหากที่ควรเป็นตัวล่อเพราะคุณร่ายเวทย์ขณะที่เดินอยู่ไม่ได้" มิดิลกระซิบตอบ
"ไม่ได้ ! มันอันตรายเกินไป" เขาเถียง มิดิลยังยืนยันคำเดิมแล้วกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูเรซัส เป็นเวลาเดียวกับที่บึงโคลนรอบๆ ขาของ Turtle General หายไปพอดี นักเวทย์ทั้งสองถอยห่างออกจากกัน
"รู้สึกยังไงบ้างท่านนายพล Water Ball ที่ท่านแสนจะภูมิใจในอานุภาพของมัน ถูกทำลายลงได้ ด้วยฝีมือของเผู้หญิงคนนึง" มิดิลแกล้งใช้วาจาเสียดสีเพื่อล่อให้ Turtle General พุ่งเป้ามาที่ตน Turtle General ไม่กล่าวคำใดๆ ตอบกลับมา มีเพียงสายตาที่เต็มได้ด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างรุนแรงที่จ้องมองมิดิล มิดิลรู้สึกเย็นวาบตั้งแต่ต้นคอไล่ลงมาตามสันหลังแต่เธอก็ข่มความกลัวไว้ Turtle General เริ่มร่าย Water Ball อีกครั้งซึ่งคราวนี้มันพุ่งเป้ามาที่มิดิล
"Spell Breaker!" มิดิลรีบสวนด้วยการหยุดเวทย์ แต่คราวนี้ไม่เป็นผล มันยังสามารถร่ายเวทย์ต่อได้
"คิดว่าจะใช้ลูกไม้เดิมๆ กับข้าได้ตลอดรึไง นังเด็กน้อย!!" ลูกบอลน้ำเป็นสิบลูกตรงดิ่งมาที่มิดิล
"มิดิล!!" เรซัสร้องขึ้น มิดิลยังคงนิ่งเฉยในมือกำไม้เท้าของเธอไว้แน่น
ขณะที่ลูกบอลน้ำพุ่งประชิดตัวเธอก็บังเกิดแสงสีม่วงเหนือศีรษะของมิดิล นั่นคือ Magic Rod ลูกบอลน้ำเพียงแค่พุ่งเฉียดร่างของเธอไปเท่านั้น เรซัสตาค้างมองอย่างไม่เชื่อสายตาแต่เขาก็ตั้งสติอย่างรวดเร็วพร้อมกับร่ายเวทย์ Lord of Vermillion บังเกิดแสงสว่างจ้าของสายฟ้ากลุ่มใหญ่ ทำเอา Turtle General และลูกน้องตาพร่าไป ชาร์มีนฉวยจังหวะนี้พาพวกมาร์คัสวิ่งตรงไปยังทางออกโดยมีเรซัส และมิดิลตามมาติดๆ Tertle General ที่หายจากอาการตาพร่า สั่งให้ลูกน้องตามพวกเขาไปทันที แต่เหล่าลูกน้องก็ต้องกระดอนกลับมาเพราะด้านหน้ามี Fire Wall ขวางไว้ พวกมันติดกับพวกเรซัสเข้าเต็มเปา
"เจ็บใจนัก ประมาทพวกมันเกินไป!" Turtle General พูดด้วยความโมโห มันสั่งให้พวกลูกน้องฝ่า Fire Wall ตามพวกเขาไปทันที "แต่พวกแกไม่มีวันลงเรือหนีออกจากเกาะนี้ไปได้หรอก" มันพูดอย่างมีเลศนัย
ที่ F3 พวกเรซัสหนีออกมาได้และกำลังไปที่ F2 ขณะที่กำลังวิ่งอยู่นั้นเองเรซัสหันมาพูดกับมิดิล "นี่ .. ไหนเธอเคยบอกว่าเป็นผู้ใช้เวทย์ต้องเยือกเย็นเสมอไง แล้วเมื่อกี้มันอะไรกัน เล่นยืนวัดดวงหลบ Water Ball อย่างนั้น ถ้าตายขึ้นมาจะว่ายังไง" เขาต่อว่า มิดิลอมยิ้มแล้วพูดตอบออกไป "บางทีทฤษฎีกับปฏิบัติมันก็เป็นเหมือนเส้นขนานน่ะนะ" เรซัสฟังแล้วก็เกาหัวแกรกๆ [แม่นี่เป็นคนยังไงกันแน่เนี่ย ไม่เข้าใจจริงๆ] เขาคิด
พวกเขาวิ่งออกมาจนถึง F2 พวกเขาหยุดวิ่งพักเหนื่อยกัน มิดิลเพิ่งสังเกตว่าเกรเกอร์ไม่ได้อยู่ในกลุ่มด้วยจึงเอ่ยถามขึ้น
"แล้วคุณเกรเกอร์ล่ะคะ?"
ไม่มีเสียงตอบใดๆ...มีแต่สีหน้าอันเศร้าสลดของทุกคน มาร์คัสวางนิโคลัสลงแล้วหยิบดาบที่สะพายไว้ที่ข้างเอวออกมา ดาบเล่มนั้นเป็นของเกรเกอร์ เพียงเท่านี้ก็สามารถแทนคำตอบได้อย่างดี เพราะสำหรับอัศวินแล้วอาวุธของตนเป็นเหมือนจิตวิญญาณที่จะต้องอยู่คู่กายตลอดเวลา วันใดที่อาวุธและเจ้าของได้แยกจากกันนั่นหมายความว่าอัศวินผู้นั้นได้สิ้นชีพไปแล้ว ... ทั้งมิดิลและเรซัสต่างนิ่งอึ้งไปโดยเฉพาะเรซัสที่คิดว่าต้นเหตุมาจากตัวเอง
"เฮ้! รีบไปเถอะน่า ขืนชักช้าพวกมันก็ตามมาทันพอดี" ชาร์มีนเร่ง พวกเขาจึงรีบออกวิ่งทันที แม้ว่าเรซัสจะบาดเจ็บที่ไหล่แต่เขาก็เข้าไปแบกนิโคลัสแทนมาร์คัส ถึงมาร์คัสจไม่พอใจก็ตาม แต่ตอนนี้พวกเขาคงต้องหนีออกไปก่อน
พวกเขาออกมาถึงรอบนอกของเกาะ เสียงฝีเท้าของพวกเต่าไล่ตามมาติดๆ พวกเขาออกวิ่งไปให้ถึงท่าเรือ แต่เเมื่อไปถึง ปรากฎว่าทหารที่เฝ้าเรืออยู่ได้ถูกฆ่าตายจนหมด ศพเรียงรายเกลื่อนกลาดเต็มท่าเรือ แม้แต่กัปตันก็เสียชีวิตด้วย เรือที่พวกเขานั่งมาก็เหลือแต่เสากระโดงเท่านั้นที่โผล่พ้นน้ำ
"แย่ละสิ อย่างนี้จะหนีไปได้ยังไง" มาเรียนพูดขึ้น
โฮ่ง !! โฮ่ง !! แกว้ก !!! แกว้ก!!!
ทั้งวูล์ฟและวิคโก้ส่งเสียงร้องเตือนถึงอันตรายที่กำลังมา พวกเขากำลังถูกล้อมด้วยฝูง Dragon Tail และ Pest ด้านหลังยังมีฝูงเต่า และ Wander Man ตามมาอีก
"มาได้แค่นี้เองเรอะ" คลิฟพูดอย่างหมดหวัง ฝูงมอนสเตอร์เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนตั้งท่าสู้ถึงแม้จะรู้ว่าไม่รอด
"จับไว้!!..." เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากท่าเรือ เรือลำใหญ่สีดำแล่นเข้ามาด้วยความเร็วสูงแล้วเชือกหลายเส้นได้ถูกโยนลงมา พวกเรซัสทุ่มสุดกำลังวิ่งฝ่าฝูง Dragon Tail กับ Pest ด้านหน้าเพื่อไปให้ถึงเรือ แต่ละคนคว้าจับเชือกไว้ และถูกดึงขึ้นไปจากคนในเรือ ทุกคนขึ้นมาอยู่บนเรือหมดแล้วยกเว้นเรซัสที่ส่งนิโคลัสขึ้นไปก่อน ฝูง Pest วิ่งเข้ามาใกล้ตัวเขาและ รุมฉกกัดตามตัวเรซัสเป็นการใหญ่ คลิฟขว้างมีดสั้นไปปักกลางหัวเหล่า Pest ได้อย่างแม่นยำ เชือกได้ถูกโยนลงมาอีกครั้ง เมื่อเรซัสคว้าเชือกได้ตัวเขาก็ถูดดึงขึ้นไปทันทีพร้อมกับใบเรือที่กางเต็มที่ เรือได้แล่นฉิวออกจาก Turtle Island
พวกเรซัสที่ขึ้นมาบนเรืออย่างรีบร้อนจนไม่ได้สังเกตว่าเป็นเรือของใครก็เริ่มมองไปรอบๆ เรือ แล้วพวกเขาก็เห็นธงสีดำที่มีรูปหัวกระโหลกเขียนอยู่ และร่างคนที่เดินออกมาจากกลุ่มหมอกบนเรือ ชายสวมหมวกและชุดกัปตันเรือเก่าๆ ที่พวกเขารู้จักเป็นอย่างดี ทุกคนชักอาวุธของตัวเองขึ้นมาพร้อมกับอุทานด้วยความตกใจ
"เดรก!!"