Stage6-part2

posted on 30 Oct 2006 22:02 by natchi  in Fic-HIATUS

Stage 6 ~ เค้าหายนะ (part2)

เรือโจรสลัดยังแล่นต่อไปทั้งกลางวันกลางคืนจนเข้าใกล้น่านน้ำเมือง Izlude เข้าไปทุกที เมื่อเข้าถึงเขตน่านน้ำก็เป็นเวลากลางคืน บัดนี้ท้องฟ้าเริ่มปั่นป่วน ลมพายุพัดโหมกระหน่ำทำเอาเรือโคลงไปทั้งลำ ฝนตกเทลงมาไม่ขาดสาย เหล่าลูกเรือและพวกเรซัสต้องคอยทรงตัวให้อยู่ ทุกคนมารวมกันบนดาดฟ้าเพื่อเตรียมต่อสู้

"พวกมันมาแล้ว!!" ชาร์มีนร้องขึ้นเมื่อเห็นฝูง Merman Obeune และ Marine Sphere รอพวกเขาอยู่

"ทุกคนเตรียมพร้อม "เดรกออกคำสั่งกับลูกเรือให้เก็บใบเรือขึ้นจนหมด โครงกระดูกทุกตนชักดาบคู่ใจขึ้นมา พวก Wraith ก็เคลื่อนตัวมาอยู่ตามกราบเรือ ส่วนพวก Whisper ก็ออกมาออกันอยู่ที่ดาดฟ้า

เดรกหันไปตะโกนบอกพวกเรซัส "เฮ้! จับดีๆนะ ต่อจากนี้จะพุ่งรวดเดียวถึง ท่าเรือเลย" ทุกคนได้ฟังแล้วยังงงกับคำพูดของเดรก

"หมอนั่นจะทำอะไรน่ะ พุ่งรวดเดียวท่ามกลางพายุเนี่ยนะ" คลิฟบ่น

ทันทีที่เดรกดีดนิ้ว Whisper ทั้งฝูงก็ลอยเข้าไปในกราบเรือ พื้นเรือ เสากระโดงเรือ และแทรกไปตามตัวเรือจนหมด เดรกออกคำสั่งอีกครั้ง "ไปโลดดดดดดดดดดดดดดดดดด....!!!!!" ทันใดนั้นพวกเรซัสถอยครูดลงไปจนถึงท้ายเรือ ทุกคนต่างหาที่ยึดเกาะไม่ให้ตกลงไปในทะเล เรือที่มีเหล่าวิญญาณสิงอยู่แล่นฉิวฝ่าพายุเข้าไปอย่างรวดเร็ว Marine Sphere ที่ดักทางอยู่ระเบิดขึ้นตามกันเป็นลูกโซ่ Marionette ตัวที่คุมหางเสือเรืออยู่ก็หักหลบระเบิดอย่างเชี่ยวชาญ เหล่ากะลาสีโครงกระดูกและ Wraith ก็ฟาดฟันกับฝูง Obeaune และ Merman ที่พุ่งตัวขึ้นมาบนเรือ ส่วนเดรกนั้นยืนอย่างองอาจอยู่ที่หัวเรือรูปเทพีคอยฆ่าเหล่ามอนสเตอร์ที่ดาหน้าเข้ามาอย่างสนุกสนาน สีหน้าของเหล่าลูกเรือไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย พวกเขาสนุกสนานกับการต่อสู้เสี่ยงตายในฐานะโจรสลัด

"พวกเราจะน้อยหน้าโจรสลัดได้เรอะ!" มาร์คัสตะโกน แล้วชักดาบขึ้นบุกฝ่าเข้าไปร่วมวงด้วย คนอื่นๆ ก็ตามเข้าไปตะลุมบอนเช่นกัน

"บ้าชะมัด พื้นเปียกแบบนี้ก็ใช้เวทย์สายฟ้าไม่ได้สิ" เรซัสบ่นอุบ แล้วหันมาใช้ Soul Strike แทน

เรือแล่นผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยที่พวกมอนสเตอร์ ในน่านน้ำไม่สามารถทำอะไรคนบนเรือได้ แต่แล้วจู่ๆ บนเรือก็เกิดบ่อโคลนขึ้นทำให้พวกกะลาสี และพวกเรซัสขยับไม่สะดวก เป็นผลให้รับการโจมตีจากพวก Byalan ได้ยากยิ่งขึ้น

"Strouf!!" นิโคลัสอุทานขึ้น ไม่ทันขาดคำสายฟ้าก็ฟาดลงมาบนเรือ พวกเรซัสหลบกันพัลวัน พวกกะลาสีที่หลบไม่ทันก็ถูกฟ้าผ่าไหม้เป็นตอตะโกไม่ก็ถูกกระแสไฟที่วิ่งมาตามน้ำช๊อตตายไป ด้านหน้าของเรือปรากฏร่างของมอนสเตอร์ตัวใหญ่ถือหอกสีทอง มันมีเครายาวและนัยน์ตาอันดุร้ายยืนอยู่บนพื้นน้ำท่ามกลางพายุ นั่นคือ Strouf

"หนอย..แกบังอาจทำร้ายลูกเรือของข้า" เดรกตะคอกด้วยความโกรธ ชี้ปลายดาบไปที่ Strouf

"ขยับลำบากชะมัดไอ้โคลนบ้านี่!" ฟินิกซ์พูดพลางพยายามสะบัดโคลนที่ขาแต่โคลนก็กลับดูดเขาจมลงเรื่อยๆ

"มิดิล เธอร่าย Land Protecter สิ" เลร่าพูด

"ฉันยังเรียนไม่ถึงขั้นนั้นเลย แล้วที่นี่ก็ไม่มี Yellow gemstone ด้วย" มิดิลตอบ

"แบบนี้คงต้องฝากความหวังไว้ที่กัปตันเดรกแล้วล่ะ พวกเราก็ช่วยกันจัดการพวกลิ่วล้อแล้วกัน" นิโคลัสพูด ทุกคนจึงทำตามที่พรีสเฒ่าบอก

อีกด้านหนึ่งเดรกและ Strouf กำลังสู้กันอย่างดุเดือดบนหัวเรือ ดาบของเดรก ปะทะหอกของมันหลายครั้งจนเกิดประกายไฟแลบจากอาวุธทั้งสอง แต่ฝ่ายที่ไล่ต้อนคือเดรก ด้วยฝีมือดาบที่เยี่ยมยอดทำให้เดรกกำลังได้เปรียบ ขณะที่ Strouf กำลังเสียจังหวะตกลงทะเลนั้นเอง มันได้จับขาของเดรกไว้หมายจะลากลงไปในทะเลด้วย แต่พละกำลังของเดรกนั้นเหนือกว่า เดรกเหวี่ยงขาขึ้นดึงตัว Strouf ลอยขึ้นฟ้า แล้วกระโดดตามขึ้นไป

"เจ้ามอนสเตอร์ชั้นต่ำอย่างแกอย่าอยู่ให้รกทะเลเลย ตายซะเถอะ!!" เดรกตวัดดาบผ่า Strouf ออกเป็นสองซีกตกลงบนดาดฟ้าเรือ เหล่ามอนสเตอร์แห่ง Byalan เห็นดังนั้นก็แตกตื่นพากันโดดลงทะเลหายไป ชัยชนะเป็นของพวกเดรก เหล่าลูกเรือโห่ร้องอย่างดีใจ พวกโครงกระดูกชูดาบขึ้นแสดงความยินดี Wraith หัวเราะอย่างสะใจด้วยปากที่อยู่ตรงท้อง เหล่า Whisper ออกจากตัวเรือขึ้นมาแสดงความยินดีด้วย แล้วในที่สุดท้องฟ้าก็ปลอดโปร่งและเห็น ท่าเรือเมือง Izlude อยู่ข้างหน้า

ณ เมือง Izlude

เฮอาสกำลังควบคุมดูแลการซ่อมแซมเมืองที่เสียหายจากการต่อสู้อยู่ โดยมีครุซเซนอฟมาช่วยด้วย ทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาบอกกับเฮอาสว่า บัดนี้คณะเดินทางที่ไป Turtle Island ได้กลับมาแล้ว ครุซเซนอฟจึงส่งคนไปส่งข่าวต่อที่ Prontera แล้วครุซเซนอฟก็ไปที่ท่าเรือ

เมื่อครุซเซนอฟมาถึงท่าเรือเขาก็เห็นสภาพความโกลาหลของเหล่านายทหาร คนงาน และชาวบ้านที่ส่งเสียงอื้ออึงไปทั่วท่าเรือ เขาสาดส่องสายตาไปทั่วจนในที่สุดก็พบสาเหตุ เรือโจรสลัดลำใหญ่สีดำทมึนที่จอดทอดสมออยู่ที่ท่าเรือนั่นเองคือสาเหตุ แล้วพวกชาวเมืองก็ต้องวิ่งหนีอย่างแตกตื่นกันอีกครั้งเมื่อเดรกกระโดดลงมาจากเรือ

"ว่างาย..เจ้าชาย" เดรกกล่าวทักทายพร้อมกับถอดหมวกออก ชาวบ้านที่วิ่งเข้าไปหาที่กำบังโผล่หน้าออกมาดูด้วยอาการหวาดๆ แต่อีกใจก็อยากรู้อยากเห็น เหล่าทหารชักดาบขึ้นมาจ่อไปที่เดรก ครุซเซนอฟโบกมือเป็นการสั่งให้ทหารลดดาบลงและเดินเข้าไปหาเดรก

"ไงเดรก ไม่ได้เจอกันซะนานเลยนะ" ครุซเซนอฟกล่าวทักทายด้วยสีหน้าแจ่มใส ดูเหมือนว่าทั้งสองจะเคยรู้จักกันมาก่อน เหล่าชาวเมืองและนายทหารค่อยๆ เดินกลับมาที่เดิมและทำงานของตนต่อไปโดยที่ยังไม่ละสายตาจากชายทั้งสอง

"มาทีไรทำเอาเซอร์ไพรส์ซะทุกทีสิน่า คุณกัปตัน" ครุซเซนอฟกล่าวล้อเลียน

"เฮอะ ! ข้ายังไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย ทำเป็นแตกตื่นไปได้ พวกมนุษย์นี่ไม่ไหว ..เอ้อ!จริงสิ ข้าพาคนมาส่งแน่ะ" เดรกชี้นิ้วโป้งไปด้านหลัง ครุซเซนอฟมองตามแล้วก็เห็นพวกนิโคลัสลงมาจากเรือ

"เดรก..ท่านเป็นคนพาพวกเขามาส่งงั้นหรอ แล้วกองเรือของ Prontera ล่ะ?" ครุซเซนอฟเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้าเศร้าๆ ของพวกนิโคลัสแล้วเจ้าชายหนุ่มจึงไม่คิดที่จะฟังคำตอบต่อและให้พวกนิโคลัสกับเดรกไปพักที่คฤหาสถ์ของแบมปัส ผู้เป็นเจ้าเมือง Izlude ค่ำวันนั้นครุซเซนอฟ เฮอาส และแบมปัสได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ Emperium ได้ถูกนำไปไว้ที่อื่น เรื่องที่พวกเขาทำพลาดจนถูกจับ และเรื่องที่ระบบซิบใช้การไม่ได้

ปัง!!

แบมปัสทุบกำปั้นลงบนโต๊ะอย่างแรง "อะไรกัน เป็นถึงหน่วยพิเศษแต่กลับทำพลาดง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไง" เขาตวาดเสียงดัง คำพูดนี้ช่างตอกย้ำแผลในใจของพวกนิโคลัส โดยเฉพาะเรซัส

"เฮ้!!!" เฮอาสร้องเตือนแบมปัสพร้อมกับจ้องเขาด้วยสายตาตำหนิ แบมปัสจึงรู้สึกตัวว่ากำลังทำเสียมารยาทต่อหน้าเจ้าชายครุซเซนอฟที่นั่งอยู่ "ข...ขอประทานอภัยพะย่ะค่ะ ที่..ที่กระหม่อมทำเรื่องเสียมารยาท" แบมปัสพูดตะกุกตะกักแต่ครุซเซนอฟเองไม่ได้ใส่ใจอะไร แบมปัสถอนหายใจเบาๆ อย่างโล่งอก ครุซเซนอฟหันไปทางพวกนิโคลัส แล้วเรซัสก็ก้าวออกมาข้างหน้าอย่างช้าๆ

"เรื่องที่เกิดขึ้น กระหม่อมขอรับผิดชอบเอง โปรดลงโทษกระหม่อมด้วย" เรซัสกล่าว

"ไม่..กระหม่อมต่างหากที่สมควรรับโทษ" นิโคลัสก้าวออกมาแทบจะทันทีที่เรซัสพูดจบ

"ถ้าจะลงโทษ ก็ทรงลงโทษพวกหม่อมฉันด้วย!!" มาร์คัสและคนอื่นๆ ยกเว้นชาร์มีนก้าวออกมารับผิดด้วยเช่นกัน ครุซเซนอฟยังคงนิ่งเงียบ แล้วเขาก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ "เท่าทีฟังมา ฉันคิดว่าพวกท่านทุกคนมีความผิดจริง และสมควรได้รับโทษ" เฮอาสได้ยินดังนั้นจึงพูดขัดขึ้น "เจ้าชายจะทรงลงโทษพวกเขาจริงหรือ?!" ครุซเซนอฟพยักหน้าเล็กน้อยสายตายังคงจับจ้องอยู่ที่หน่วยพิเศษทั้ง 9 คน ทำเอาชาร์มีนที่ฟังอยู่รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที ในใจก็จินตนาการถึงกิโยติน ..เชือก..ลูกธนู ดาบของเพชรฆาต ... "ไม่รอดแน่คราวนี้ ไม่น่าเลยพวกนาย" เธอคิดในใจ

"มาร์คัส! ควีเน่! ไอเว่น! ฟินิกซ์! " ครุซเซนอฟพูดเสียงดังขึ้น ทั้งสี่ขานรับและยืนนิ่งรอรับการลงโทษแต่โดยดี ครุซเซนอฟพูดต่อ "โทษของพวกท่านคือ กลับไปประจำการที่หน่วยของตัวเองซะและรอปฏิบัติตามคำสั่ง ต่อต้านผู้รุกรานอย่างสุดความสามารถ เข้าใจมั้ย!!" สิ้นคำพูดของครุซเซนอฟ ทุกคนต่างอึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน นี่หรือ บทลงโทษ..???

"เอ้า..มัวยืนอึ้งอะไรอยู่ล่ะ ฉันประกาศลงโทษไปแล้วไงตอนนี้พวกท่านก็ไปพักผ่อนกันได้แล้ว พรุ่งนี้จะได้เดินทางเลย" เรซัสทำท่าจะพูด แต่ครุซเซนอฟชิงพูดขึ้นก่อน "อ้อ ..ส่วนพวกท่านเป็นสังกัดกองกำลังระหว่างประเทศสินะ ฉันคงไม่มีสิทธิ์อะไรไปสั่งลงโทษหรอก เรื่องนี้ต้องให้ที่ทำการใหญ่ของพวกท่านเป็นผู้ตัดสิน แต่ฉันเชื่อว่าท่านเมมนอสคงคิดไม่ต่างจากฉันหรอกนะ เอาล่ะหมดเรื่องแล้ว ไปพักผ่อนได้" ครุซเซนอฟพูดยิ้มๆ เฮอาสกับเดรกต่างเอามือปิดปากเพื่อกลั้นหัวเราะ ชาร์มีนเองยังไม่หายตาค้าง ส่วนแบมปัสนั้นมีสีหน้าไม่พอใจแต่ก็ไม่กล้าขัด พวกนิโคลัสโค้งคำนับครุซเซนอฟ แล้วทยอยกันออกไปด้วยอาการงงๆ โดยมีชาร์มีนเดินตามออกไป (อย่าง งงๆ) ด้วย ในห้องเหลือเพียงครุซเซนอฟ เฮอาส เดรก และแบมปัส

"เจ้าชาย! แบบนี้ดีแล้วหรือพะย่ะค่ะ" แบมปัสพูดขึ้น

"ท่านเจ้าเมืองมีปัญหาอะไรกันการตัดสินของฉันงั้นหรือ?" ครุซเซนอฟถาม

"ก็.." แบมปัสพูดไม่ออกเมื่อเห็นแววตาของเจ้าชายหนุ่มที่จ้องมองเขา สายตาที่ดูมีอำนาจทำให้เขารู้สึกเหมือนเห็นพระราชาแฮริสยืนอยู่ตรงหน้า "..อะ..ไม่มีพะย่ะค่ะ ไม่มีปัญหา หม่อมฉันขอทูลลา" พูดจบแบมปัสก็เดินออกนอกห้องไปอย่างหัวเสีย เมื่อแบมปัสออกมานอกห้องเฮอาสได้เดินตามออกมา

"เดี๋ยว..ท่านแบมปัส" เฮอาสร้องเรียก แบมปัสหยุดเดินแล้วหันกลับมา

"มีอะไรหรือครับคุณเฮอาส" แบมปัสพูดด้วยท่าทีสุภาพแต่สายตาแฝงด้วยความขุ่นเคืองอยู่ลึกๆ "เมื่อครู่ที่ผมเสียมารยาท..."

"ฉันไม่ได้มาต่อว่าเรื่องนั้นหรอก" เฮอาสรีบขัด "ที่ฉันมาเพราะเรื่องอื่นต่างหาก"

"เรื่องอะไรหรือครับ?" แบมปัสเอ่ยถาม

"เรื่องการบุกรุกจากมอนสเตอร์จาก Byalan" เมื่อได้ยินคำพูดนี้แบมปัสมีสีหน้ากังวลขึ้นมาทันที เฮอาสสังเกตเห็นแล้วยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ "หลายปีก่อนตอนที่ พ่อของฉัน เจ้าเมืองคนก่อนตายไปท่านได้ฝากฝังฉันไว้กับพระราชาแฮริส และให้ท่านซึ่งเป็นที่ปรึกษาในขณนั้นรับช่วงเป็นเจ้าเมืองต่อแทนเนื่องจากฉันยังเด็กเกินไป" เฮอาสเว้นช่วงเล็กน้อย ใบหน้าของแบมปัสเริ่มมีเหงื่อผุดขึ้นมาเรื่อยๆ "ตอนนี้ฉันโตพอที่จะเป็นผู้ปกครองได้แล้ว หมายถึงอะไรท่านคงรู้สินะ ฉันได้ยินมาว่าการที่มอนสเตอร์จาก Byalan หลุดออกมาเพราะมีคนลอบเข้าไปปลดผนึกเวทย์ที่ขังมอนสเตอร์ออก"

"คุณเฮอาสพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงครับ คิดว่าเป็นผมอย่างนั้นหรือ" แบมปัสพูดเสียงสั่น

"เปล่า ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้น แต่ที่ฉันอยากถามก็คือกองกำลังของ Izlude ทำไมจึงระงับเหตุได้ช้านัก ทำให้เมืองเสียหายหนักขนาดนี้"

"มอนสเตอร์พวกนั้นมันไม่ใช่ย่อยเลยนะครับกว่าจะกำจัดพวกมันได้ก็ต้องเกิดความเสียหายบ้างเป็นธรรมดา" แบมปัสรีบแก้ต่าง

"ไม่ใช่ว่ากองกำลังถูกเรียกมาคุ้มกันที่นี่หรอกเรอะ!! ไม่งั้นทำไมที่นี่แทบจะไม่ได้รับความเสียหายเลยล่ะ!!" เฮอาสตวาดเสียงดังทำเอาแบมปัสสะดุ้ง เขาอ้ำอึ้งเถียงไม่ออกเพราะเขาทำอย่างนั้นจริง เฮอาสพูดต่อ "จำไว้นะ ตอนนี้ฉันจะยังให้ท่านนั่งเก้าอี้เป็นเจ้าเมืองไปก่อน วันใดที่ท่านทำสิ่งที่ไม่เป็นผลดีต่อเมืองนี้ละก็ ฉันไม่ปล่อยท่านไว้แน่" พูดจบเฮอาสก็เดินกลับเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูทันที แบมปัสที่อยู่ข้างนอกกัดฟันแน่นด้วยความโกรธ

"แก..เจ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม คิดจะยึดอำนาจเป็นเจ้าเมืองรึ ฝันไปเถอะ!" เขาสบถแล้วเดินจากไป

เฮอาสกลับมาที่ห้องรับรองเห็นครุซเซนอฟกับเดรกทำท่าไม่รู้ไม่ชี้อย่างมีพิรุธ เขาจึงพูดขึ้น "แอบฟังคนอื่นคุยกันมันไม่ดีนะ" ครุซเซนอฟกับเดรกหันมายิ้มแห้งๆ

"แหะๆ เอาน่า นิดหน่อยเอง" เดรกพูด

"นี่ เฮอาสฉันว่านะ นายกลับมารับตำแหน่งเจ้าเมืองนี้ซะทีเถอะ มันเป็นสิทธิ์ของนายอยู่แล้วนี่ ขืนปล่อยไว้แบบนี้ไม่รู้ตาแก่นั่นจะทำอะไรบ้าง" ครุซเซนอฟเสนอ

"ไม่ล่ะ ตอนนี้ยัง ฉันอยากจับตามองหมอนั่นอีกซักพัก ให้มันเป็นเจ้าเมืองน่ะดีแล้วทำอะไรจะได้เห็นชัดๆ" ครุซเซนอฟพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย

"เอาล่ะๆ หยุดเรื่องซีเรียสไว้แค่นี้จะได้มะ ไหนๆ เจอกันทั้งทีมาดื่มกันหน่อยดีกว่า" เดรกพูดพร้อมกับหยิบขวดเหล้าที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะออกมา

"ดีเหมือนกัน เราไม่ได้มาดื่มกันนานแล้วนี่นะ กี่ปีมาแล้วก็ไม่รู้ซัก 3 ปีได้แล้วมั้ง" ครุซเซนอฟพูดพลางเปิดขวดเหล้าทีละขวดแล้วส่งให้เพื่อนทั้งสอง

"จริงสินะตอนนั้นจำได้ว่านายกับเดรกดวลดาบกันตั้งแต่เช้าจรดค่ำเลยนี่" เฮอาสพูดพลางกรอกเหล้าเข้าปาก

"เออใช่ ไม่เคยเจอใครที่สู้กันสูสีขนาดนั้นเลยให้ตายสิ ฮ่าๆๆ" เดรกหัวเราะลั่น ทั้งสามคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่ในห้องนั้น

ที่ม้านั่งใกล้ๆ กับท่าเรือ มิดิลกำลังนั่งมองดาวบนฟ้าโดยมีเสียงอึกทึกจากเรือโจรสลัดที่จอดเทียบท่าอยู่เป็นเหมือนเสียงดนตรี เหล่าลูกเรือโจรสลัดกำลังดื่มเหล้า และเต้นรำกันอยู่ในเรือโดยมีพวกชาวบ้านขึ้นไปเป็นแขกรับเชิญ คลิฟเดินดุ่มๆ เข้ามาหาเธอ

"หวัดดีคนสวย เราแทบไม่ได้คุยกันเลยนะ มัวแต่ทำงานตลอดเลย" เขาทำตาหวานใส่มิดิลแล้วนั่งลงข้างๆ เธอ มิดิลเลื่อนตัวห่างออกมาเล็กน้อย แล้วยิ้มเจื่อนๆ คลิฟพยายามสรรหาเรื่องมาพูดกับเธอตลอดเวลาซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องสรรพเพเหระจนมิดิลเริ่มเบื่อ แล้วมาเรียนกับเลร่าก็เดินเข้ามาพอดี

"ทำอะไรน่ะนายคลิฟ" เลร่าเท้าสะเอวพูดกับคลิฟ

"ไม่เห็นรึไงล่ะ คนกำลังหวานแหววอย่ามารบกวนสิ ไป ไป๊ ชิ่วๆ" คลิฟโบกมือไล่สองสาว

"จี--เซล" มาเรียนพูดลากเสียง คลิฟถึงกับชะงักแล้วรีบหันมาจุ๊ปากให้มาเรียนหยุดพูด

"ชู่วววว์ .....อย่าพูดชื่อนี้ได้มั้ยเจ๊" คลิฟทำท่าลุกลี้ลุกลน

"ฉันจะทำยิ่งกว่านี้อีกถ้านายคิดจะทำตัวเจ้าชู้ ฉันจะฟ้องจีเซลแฟนนายคอยดูสิ" มาเรียนพูด

"แว้กกกก...อย่าน้าาาาา ก็ได้ๆๆ ไปก็ด้ายยยย..." คลิฟเดินคอตกกลับไป สามสาวหัวเราะกันใหญ่ ไม่คิดเลยว่าคลิฟจะกลัวแฟนขนาดนี้

"นี่มิดิล เราไปเฮฮากับคนในเรือด้วยกันมั้ย" เลร่าชักชวน

"ไม่ล่ะ ตามสบายเถอะ" มิดิลพูดยิ้มๆ

"ฉันก็ขอตัวนะ ต้องไปที่โบสถ์น่ะ" ทั้งสามกล่าวลากันมาเรียนเดินไปทางโบสถ์ แล้วเลร่าก็เดินไปที่เรือ ส่วนมิดิลก็นั่งอยู่ตรงม้านั่งต่อ

ณ ทุ่งหญ้าด้านนอกเมือง ชาร์มีนกำลังเล่นกับวิคโก้โดยมีควีเน่นั่งดูอยู่ใกล้ๆ

"ดูท่าเจ้าวิคโก้จะชอบเธอมากนะ" ควีเน่ยิ้มกว้าง

"ฉันก็ชอบมันเหมือนกัน มันฉลาดแล้วก็น่ารักมากเลย" ชาร์มีนพูดพลางเล่นกับวิคโก้ไป แล้วเธอก็สังเกตเห็นมาร์คัสยืนอยู่บนกำแพงเมืองโดยหันหน้าออกนอกเมืองไปทางทิศที่ตั้งของ Prontera "นั่นเขาทำอะไรน่ะ" ชาร์มีนถามควีเน่

"คงกำลังคิดถึงเกรเกอร์ กับเพื่อนๆ อัศวินที่ตายไปล่ะมั้ง คืนนี้ทหารทุกคนที่เสียชีวิตรวมทั้งเกรเกอร์ได้ถูกทำพิธีสรรเสริญเพื่อเป็นเกียรติแก่ดวงวิญญาณของพวกเขา ตอนนี้ท่านนิโคลัส มาเรียน ไอเว่น ฟินิกซ์ กับนักบวชคนอื่นๆ คงกำลังทำพิธีอยู่ที่โบสถ์น่ะ" ควีเน่พูดอย่างเศร้าๆ

"งั้นหรอ" ชาร์มีนยังคงมองดูมาร์คัสที่ยืนนิ่งอยู่บนกำแพงเมือง เธอเองก็รู้สึกเศร้าไปด้วย

มาร์คัสยืนอยู่บนกำแพงเมือง เขายืนหลับตาเงี่ยหูฟังทำนองของเพลงสวดที่แว่วมาจากโบสถ์ มือขวาถือขวดเหล้า และมือซ้ายถือดาบของเกรเกอร์ไว้ เขาลืมตาขึ้น ใช้นิ้วโป้งดีดจุกไม้ของขวดเหล้าให้เปิดออก "แด่เหล่าอัศวินผู้กล้าหาญ" เขาเอ่ยก่อนจะชูขวดเหล้าขึ้นและดื่มเหล้าเข้าไปอึกใหญ่ "แด่พี่น้องและเพื่อนพ้อง" เขายกขวดเหล้าขึ้นดื่มอีกครั้งแล้วเทเหล้าลงไปบนดาบของเกรเกอร์ จากนั้นเทเหล้าที่เหลือลงไปบนผืนหญ้าด้านล่าง ท่วงทำนองของเพลงสวดอันแสนไพเราะแต่เปี่ยมด้วยความเศร้าทำให้น้ำตาของอัศวินหลั่งไหลออกมา

บนซากปรักหักพังของบ้านเรือน ตอนนี้คนงานที่มาซ่อมแซมได้เลิกงานกลับบ้านไปพักผ่อนเพื่อทำงานต่อในวันรุ่งขึ้น เรซัสยืนมองดูท้องฟ้ายามราตรี เขาได้คิดทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นและฟังเพลงสวดไปด้วย เมื่อสิ้นเสียงเพลงสวดพอดีกับที่มิดิลเดินผ่านมา

"เธอยังไม่นอนอีกหรอ" เรซัสถาม

"ยังล่ะ นอนไม่หลับ เมื่อกี้เลยไปนั่งดูดาวมา" เธอตอบ

"แล้วถืออะไรมาด้วยน่ะ" เรซัสชี้ไปที่ห่อผ้าในมือมิดิล

"อ๋อ..เนี่ยหรอ Yggdrasill seed น่ะ ได้มาตั้งนานแล้ว กะว่าจะเอากลับไปฝากแม่ที่บ้านแต่ยังไม่มีโอกาสกลับไปซะที แม่ฉันชอบปลูกต้นไม้น่ะ ท่านว่าอยากลองปลูกต้น Yggdrasill"

"งั้นหรอ บ้านเธออยู่ที่ไหนล่ะ" เรซัสถาม

"จูโน่" มิดิลตอบ "พูดแล้วคิดถึงบ้านจัง" เธอยิ้มแล้วแหงนหน้ามองดูดาวบนท้องฟ้า

"นั่นสินะ " เรซัสพูด เขาเองก็ชักคิดถึง Geffen แล้วเหมือนกัน ทั้งสองต่างจ้องมองหมู่ดาวที่พร่างพรายบนท้องฟ้า สายลมเอื่อยๆ พัดผ่านมาเป็นระยะ เวลานี้ช่างเป็นช่วงเวลาที่สงบสุขเหลือเกินจนไม่อยากให้คืนนี้ผ่านพ้นไป ในใจของทุกคนต่างหวั่นวิตกกับอนาคตอันใกล้ ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกบ้าง ..

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry