2008年 4月 15日

.... "สุขสันต์วันปีใหม่ไทย.."

พูดวันนี้ยังไม่ช้าไปใช่มั้ย????

ไม่มีอะไรมากหรอก แค่อยากอัพบล็อกเฉยๆ 55555

ตอนนี้เปิดเทอมแล้ว แต่ยังไม่ค่อยได้อัพหัวข้อที่เกี่ยวกับเรื่องเรียนเลยแฮะ

ช่วงนี้ประจำอยู่ที่แผนกจิตเวช  เรียน เรียน แล้วก็เรียน.... มีออกตรวจผู้ป่วยกับอาจารย์เป็นบางวัน สัมภาษณ์ผู้ป่วย ทำรายงาน แล้วก็ไปดูงานที่โรงพยาบาลศรีธัญญา 

โดยส่วนตัวแล้ว รู้สึกว่าผิดจากที่คาดคิดไว้มากทีเดียว....

หากเอ่ยคำว่า "โรคทางจิตเวช" มักชวนให้นึกถึง "คนบ้า" พอนึกถึงคนบ้า  ภาพแรกที่ผุดขึ้นมาก็มักจะเป็นคนไข้ในโรงพยาบาลบ้าที่เห็นอยู่เป็นประจำตามละครยามค่ำ  คนส่วนใหญ่มักจะแทนความหมายสิ่งที่เกี่ยวข้องกับโรคทางจิตเวชด้วยภาพเหล่านี้  แต่จริงๆ แล้ว มันไม่ใช่แค่นั้น  

จิตเวช คือวิชาที่เกี่ยวกับสุขภาพจิต  ปัญหา หรือโรคทางจิตเวช ก็คือ ภาวะต่างๆ ที่ทำให้สุขภาพจิตบกพร่องไป ไม่ว่าจะเป็นด้านความคิด อารมณ์ สติปัญญา หรือพฤติกรรมของบุคคล  เกิดจากสาเหตุหลักๆ สามสาเหตุคือ

1. สาเหตุทางชีวภาพ ได้แก่ ความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง  พันธุกรรม ฯลฯ

2. สาเหตุทางจิตใจ

3. สาเหตุทางสังคม

ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดอาการทางจิตเวชที่หลากหลาย  ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับตัวบุคคลด้วย  ในการวินิจฉัยโรคทางจิตเวชนั้น ต้องจำแนกผู้ป่วยให้ได้ว่า อยู่ในความผิดปกติประเภทใด เราแบ่งความผิดปกติทางจิตเวชไว้สามประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

1. โรคจิต (Psychosis) มีลักษณะสำคัญคือ หลุดออกจากโลกของความเป็นจริง  พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง และขาดความรับรู้ในตนเอง  ที่พบบ่อยได้แก่ โรคจิตเภท (Schizophrenia)

2. โรคประสาท (Neurosis) เป็นความผิดปกติที่เกิดจากความขัดแย้งในจิตใจ และถูกกลไกป้องกันของร่างกายกดเอาไว้ในจิตใต้สำนึก  เมื่อถึงวันที่เก็บกดไว้ไม่ไหวก็จะเหมือนลาวาที่ทะลักออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟ  ก่อให้เกิดอาการทางร่างกาย และทางจิต

3. โรคบุคคลิกภาพผิดปกติ (Personality disorder) คือการที่ผู้ป่วยมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนไปจากพฤติกรรมปกติในสังคมวัฒนธรรมของผู้ป่วยนั้นๆ โดยผู้ป่วยไม่รู้สึกว่าพฤติกรรมของตนผิดปกติ หรือสร้างปัญหาให้กับคนรอบข้าง  มีลักษณะสำคัญที่เรียกว่า Alloplastic คือต้องการให้ผู้อื่นปรับตัวเข้าหาตนเองแทนที่จะปรับปรุงตัว  ดังนั้นผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงขาดแรงจูงใจในการมารักษา

นอกจากสามประเภทใหญ่ๆ ข้างต้น ก็ยังมีโรคทางจิตเวชอื่นๆอีกมากที่ต้องอาศัย ความรู้ ศิลปะ และความชำนาญในการวินิจฉัย  ที่สำคัญต้องวินิจฉัยแยกจากโรคทางกายที่ทำให้เกิดอาการทางจิต เพื่อให้การรักษาได้ถูกจุด 

อืม... เป็นวิชาที่ล้ำลึก และทำให้ผู้เรียนอย่างเราปั่นป่วนหัวใจดีแท้ ><  แต่อีกนัยหนึ่งก็เป็นวิชาที่น่าสนใจ และสำคัญมากทีเดียว  ดูจากสังคมในตอนนี้แล้ว ผู้ที่ต้องการการเยียวยาทางจิตใจมีมากมายเหลื้ออเกินนนน....

ขอบรรยายคร่าวๆ แต่เพียงเท่านี้ก็แล้วกัน เพราะเราเองก็ใช่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ ไว้มีหัวข้อน่าสนใจจะเอามาเขียนอีกนะ ^^ หรือถ้าใครมีข้อมูลเพิ่มเติมก็แนะนำเราได้เลย  เจอกันเอ็นทรีหน้าจ้า 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เคยคิดอยากจะเรียนอยู่แป๊บนึงแต่กลัวจะเป็นเองซะนี่sad smile
สวัสดีวันสงกรานต์จ้ะขันน้ำ

#1 By TeChNiKoS[9.9796] on 2008-04-15 12:20

เปิดเทอมแล้วสู้ๆนะจ้า สวัสดีสงกรานต์จ้า สาดน้ำใส่ซะเลยนี่แน่ะๆขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#2 By ทานุขนฟู on 2008-04-15 13:16

รู้สึก mania เลยต้อง ขันน้ำ big smile มาสาดน้ำใส่ ทีฟ่า !!!!!

#3 By Plin, :-p on 2008-04-16 09:29

ขันน้ำ สวัสดีปีใหม่ไทยครับ (ช้าไปไหมหนอsad smile)

#4 By Zirius Sandorius on 2008-04-17 13:18

วอร์ดนี้เราเรียนไปตอนปีที่แล้ว...จะเจออีกทีก็ตอนเป็น Extern เลย~~

ตอนขึ้นมาใหม่ๆ ก็รู้สึกว่าผิดคาดไปเยอะเหมือนกัน และเห็นด้วยว่า คนส่วนใหญ่ มักเข้ราใจภาพของ"ผู้ป่วยโรคจิต" แคบไปมากทีเดียว เหมารวมไปหมดว่า จะต้องคุยไม่รู้เรือง ไม่ค่อยมีสติสตัง และพร้อมจะหยิบมีดไล่ฟันคนได้ทุกเมื่อ...เราว่ามันค่อนข้างน่าสงสาร และผิดจากใจความหลักไปมากๆเลย

มีปัญหาชีวิต นอนไม่หลับ เครียดเรื่องเรียน กลุ้มเรื่องลูก เซ็งเรื่องเงิน อกหัก รักคุด ฯลฯ ทั้งหลายทั้งแหล่นี้ ก็จัดได้ว่า เป็นอาการของคนที่มีปัญหาทางจิตได้ทั้งนั้น แต่ดีกรีจะหนักหรือเบาเท่านั้นเอง...การที่คนเข้าใจว่า ผู้ป่วยโรคจิต = คนบ้า = ตัวอันตราย...นับเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข และปรับความเข้าใจโดยเร็ววัน

อย่างน้อย พวกเราๆท่านๆ ก็มีความ"จิต"อยู่ในตัว ไม่มากก็น้อยทั้งนั้นแหล่ะเนอะ question

#5 By Zieghart on 2008-04-18 15:39