Diary

Next Station...

posted on 08 May 2009 16:34 by natchi  in Diary

2009年 5月 8日 

วันเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกเลย

เผลาแป๊บเดียวก็เป็น Extern (นิสิตแพทย์ปี6) มาได้สองเดือนแล้วนะนี่...

มองย้อนกลับไป  รู้สึกเหมือนเพิ่งขึ้นปี 1 เมื่อวานนี้เอง  จำได้ว่าตอนนั้นไม่ค่อยใส่ใจกับชีวิตซักเท่าไหร่ ^^'''

เพราะยังไม่ค่อยได้ยุ่งเกี่ยวกับคนไข้มากนัก  แต่พอขึ้นปีสูงๆ เข้า ชีวิตก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ  จากที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับคนไข้  ก็ต้องทำหน้าที่ซักประวัติตรวจร่างกาย เขียนรายงาน แต่ยังไม่ได้รักษา  พอโตหน่อยเริ่มเรียนรู้วิธีรักษา แต่ก็ไม่ได้ใช้จริง

ตอนนี้เริ่มต้องคิด ต้องวางแผนรักษาคนไข้จริงๆ แล้ว (แต่ก็ยังมีพี่ๆ แพทย์ที่จบแล้ว และอาจารย์ดูแลอย่างใกล้ชิด) 

ยังไงดีล่ะ  รู้สึกบ่าเริ่มจะหนักขึ้นเรื่อยๆ  

อีกปีเดียวก็จะจบแล้วแฮะ  เหมือนรถไฟใกล้ถึงสถานีปลายทาง ถึงตอนนั้นเมื่อลงจากรถไฟขบวนนี้  ก็ต้องรับผิดชอบหน้าที่อย่างเต็มตัว เพราะไม่มีใครมาคอยบอกคอยสอนแล้ว  

บางทีก็รู้สึกหวั่นๆ

จากการที่อยู่ในโรงพยาบาล กึ่งทำงานกึ่งเรียนบนแผนกเด็กมาสองเดือน  ได้เห็นตั้งแต่เด็กแรกเกิด  แข็งแรง และอ่อนแอ  เด็กสบายดีที่มาตรวจสุขภาพรับวัคซีนเฉยๆ  เด็กป่วย  จนถึงเด็กป่วยหนัก  แล้วก็มีบางคนที่ต้องจากไปก่อนวัยอันควร 

รู้สึกว่า ตอนนี้ตัวเรายังอ่อนหัดนัก  ต้องพยายามให้มากๆ เพื่อทำหน้าที่ให้ได้ดีในอนาคต

เอาล่ะ เตรียมตัวสู่แผนกต่อไป  "อายุรกรรม"  (จากเด็กไปสู่ผู้ใหญ่แฮะ) งานช้างล่ะทีนี้ คงหนักกว่าที่ผ่านมาหลายเท่าตัว

สู้ตรายยยยยย !!!

Step to the New Road

posted on 22 Mar 2009 12:00 by natchi  in Diary

2009年 3月 22日

15 มีนาคม พ.ศ. 2552 ..วันที่พวกเรา นสพ. ปี5 ทั้งหลายต้องปีนข้ามกำแพงสูงแห่งที่สองของชีวิตการเรียนแพทย์  นั่นคือการสอบประเมินความรู้ความสามารถการประกอบวิชาชีพเวชกรรมขั้นตอนที่2 เรียกย่อๆ กันว่า licence ขั้นสอง ถ้าไม่ผ่านการสอบนี้ หนทางการเป็นแพทย์ในอนาคตก็จะห่างไกลออกไป เพราะต้องกลับมาสอบใหม่อีกรอบ (เสียค่าสอบแพงด้วย)  การสอบ เป็นข้อเขียนแบบปรนัย300ข้อ แบ่งสอบครึ่งเช้า ครึ่งบ่าย ให้เวลา ครึ่งละ 3 ชั่วโมง  สนามสอบของพวกเราเด็กมศว อยู่ที่ประสานมิตร กทม....แต่ที่เรียนเราอยู่  องครักษ์ ..นครนายก...

.....เวรกรรม

พวกเราที่อยู่หอ (ส่วนใหญ่) จึงต้องตื่นแต่ไก่ยังไม่โห่ ขึ้นรถบัสตั้งแต่ฟ้ายังมืดเพื่อมาให้ทันสอบเวลาแปดโมงครึ่ง  นอนมาสอบกันเลยทีเดียว(555 หมายถึงนอนบนรถนะ)

สอบช่วงเช้า ตื่นเต้นมาก  ข้อสอบเยอะมาก โจทย์ก็ยาวววววววมากเช่นกัน หลอกให้เราอ่านจะได้เสียเวลาเยอะๆ (- -lll) ประมาณ 50 ข้อแรก ใช้เวลาคิดต่อข้อนานมากทีเดียว แบบว่า ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำ กลัวผิด  ...แต่พอรู้สึกตัวอีกที 

"เหลือเวลาอีก 45 นาที" เสียงอ. ผู้คุมสอบดังกระแทกหน้าอย่างจัง ...แม่เจ้า ตูเหลืออีกเกือบร้อยข้อ  ไม่ต้องบอกคงนึกภาพออก หัวใจร่วงไปอยู่ที่นิ้วโป้งเท้าแล้ว กรี๊ดดดดดดดดดด  วงข้อสอบแบบแทบไม่ดูโจทย์เลย อ่านผ่านๆ เห็นคำที่เป็นคีย์เวิร์ด แบบคุ้นๆ ก็กากากากากาไม่คิดชีวิต สุดท้ายหมดเวลา วางปากกา .. ไม่ได้วงไปสองข้อ ...ไม่ทัน ฮือๆๆๆๆ 

รอบบ่าย ข้อสอบยากกว่ารอบเช้า แต่ดีที่โจทย์สั้นกว่าเลยทำทัน แต่ก็นะ...ทำไปก็ไม่รู้ว่าถูกรึเปล่า เซ็งเลย  ออกมานอกห้องสอบ ลองเช็คกับเพื่อนๆ ยิ่งเซ็งหนัก ...ไม่ตรงกันเยอะมาก...และมีแนวโน้มว่าเพื่อนจะถูกมากกว่า ฮือออออ ..... จะตกมั้ยเนี่ยยยยย

20 มีนาคม ... อีกห้าวันถัดมา เป็นการประกาศผลสอบ ..ว่าเราจะข้ามกำแพงนี้ไปได้หรือไม่...

ตอนเที่ยง  เพื่อนๆ ที่กระจายตัวอยู่ตามรพ.ต่างๆ โทรมา  "ผลสอบออกแล้วนะ ให้เราดูให้มั้ย" แน่นอนว่าให้เพื่อนดูให้มันต้อสะดวกแน่นอน เพราะเราก็ไม่รู้จะหาเน็ตหาคอมที่ไหนมาเปิด แต่....

"ไม่ล่ะ เรากลัว ขอไปลุ้นเองดีกว่า" .... ผ่านไม่ผ่าน ตูก็อยากดูด้วยตัวเองฟระ! ในที่สุดก็มีเพื่อนใจดี และเน็ตดีๆ ทำให้เราได้เปิดดูผลสอบตัวเอง ....

คลิก! เข้าหน้าดูผลสอบ

ปิ๊ง.... This page cannot be found....

กำ เว็บล่ม ....

แต่ก็ยังพยายามเข้าต่อไปจนได้

และแล้ว

\ ^o^ /

ผ่านเจ้าค้า~~~ เย้ๆ ไม่ต้องสอบใหม่เสียตังแล้วววว ดีใจมากมาย

เบื้องหลังกำแพงที่เพิ่งข้ามมาได้นั้น ..ยังมีถนนทอดยาวออกไปสุดลูกหูลูกตา ปลายทางนั้นมีกำแพงแห่งที่สามรออยู่  นั่นคือการสอบประเมินความรู้ความสามารถการประกอบวิชาชีพเวชกรรมขั้นตอนที่สาม  กว่าจะถึงตรงนั้นต้องฟันฝ่าอุปสรรครอบด้านตลอดเส้นทางเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม .... สู้ตายยยยย

ตอนนี้เป็น EXTERN (นิสิตแพทย์ปี6) เต็มตัวแล้วค่ะ ยังปรับตัวไม่ค่อยได้เลย แต่จะพยายามต่อไปคร้าบบบ

Lonely Christmas

posted on 28 Dec 2008 21:13 by natchi  in Diary
2008年 12月 28日 
ฮ้า.....
คริสมาสต์ปีนี้ช่างเงียบเหงาจริงๆ เลย กะไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ซะหน่อย แต่สุดท้ายก็มีเหตุให้ไปคนเดียวจนได้สิ  ...ไม่รู้เป็นเพราะตัวเองรึเปล่าแฮะ ^^' ไอ้โรคบกพร่องมนุษยสัมพันธ์นี่เมื่อไหร่จะหายซักทีก็ไม่รู้  ไปเดินเล่นดูไฟแถวสยามคนเดียว มองผู้คนที่เดินผ่านไปมาแล้วคิดอะไรมากมาย ฟุ้งๆ ซ่านๆ 
สถานที่เหมือนๆกัน...แต่กลับมีวิถีชีวิตที่หลากหลาย เพียงแค่หันมองคนละด้านเท่านั้นก็จะพบรูปแบบชีวิตที่ต่างกันสุดขั้ว 
ทุกคน มารวมอยู่ในทีเดียวกัน เวลาเดียวกัน เพื่อร่วมยินดีในเทศกาลเดียวกัน
แปลกดี....
ถึงแม้จะเดินคนเดียว แต่การสังเกตสังกาคนก็เป็นความสนุกอย่างนึงที่ช่วยให้หายเหงาได้บ้างนะ ...
บางคนมีความสุข หัวเราะร่าเริงแล้วเดินเคียงกันไป  แต่บางคนปั้นหน้าบึ้งตึง ทะเลาะกันแล้วหันหลังเดินไปคนละทาง
ชีวิตก็เป็นแบบนี้...
การสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นก็ยากแล้ว  แต่ที่ยากกว่าคือการรักษาความสัมพันธ์นั้นไว้
อยากรักษาความสันพันธ์ดีๆ กับผู้คนที่เดินผ่านเข้ามา ใครหลายคนที่เรารักและปราถนาดี
รักษาไว้ตลอดไป... :}
Merry 'X Mas & Happy New Year นะคะทุกคน ขอให้มีความสุขในปีใหม่นี้น้า
เพลงนี้เหมาะกับช่วงนี้สุดๆ เลย ^^ Final Fantasy - Christmas ver.
 

Final - SQUARE SOUNDS

Book review : Fatal "วัคซีนมรณะ"

posted on 27 Jul 2008 18:19 by natchi  in Diary

2008年 8月 1日

วันนี้จะมารีวิวหนังสือที่เพิ่งอ่านจบ

เป็นนิยายแนว Medical Thriller เขียนโดย Michael Palmer นายแพทย์ที่ปฏิบัติงาน ณ ห้องฉุกเฉิน และเป็นแพทย์เยี่ยมบ้านมากว่า 20 ปี  ด้วยประสบการณ์ประกอบกับจินตนาการทำให้เขาสร้างสรรค์ผลงานมากมาย  และนี่คือหนึ่งในนั้น

"Fatal" หรือชื่อภาษาไทยคือ "วัคซีนมรณะ"  แปลโดย วุฒินันท์

 

เป็นนิยายที่อ่านแล้ววางไม่ลงจริงๆ สนุกสนาน ตื่นเต้นจวบจนบทสุดท้าย 

ผู้เขียนได้แสดงทรรศนะในหลายแง่มุม ทั้งตัวละครที่เป็นแพทย์  ผู้ป่วย  นักธุรกิจ นักการเมือง นักวิทยาศาสตร์ และประชาชน  แต่ละคนมีเอกลักษณ์ และวิถีทางของตัวเอง นำมาซึ่งปมความขัดแย้งของเรื่องราวทั้งหมดที่ต่างคนต่างต้องหาคำตอบไปพร้อมๆกับคนอ่าน ^^  ทางด้านการใช้ภาษา ...อืม...คงวิจารณ์ไม่ได้เพราะไม่ได้อ่านฉบับภาษาอังกฤษ (แบบว่ายืมเพื่อนมาอ่านง่ะ) แต่หลายครั้งที่ตัวละครใช้ "มุข" แบบ ถ้าขาดความรู้รอบตัวนี่คงยากที่จะเก็ทมุขฝรั่งเขาอ่ะนะ.... แต่นั่นกลับทำให้ตัวละครของเขามีมิติมากขึ้นนะ

หลายคนอาจคิดว่าไม่รู้เรื่องทางการแพทย์แล้วจะอ่านไม่รู้เรื่อง  ทางผู้แปลเองมีการค้นคว้าหาข้อมูลมาอธิบายโดยทำเป็นเชิงอรรถ์ท้ายหน้า เพื่อให้ผู้อ่านที่ไม่ได้คลุกคลีในวงการแพทย์อ่านเข้าใจมากขึ้น  ก็ต้องขอบคุณความกรุณาของคุณผู้แปลเป็นอย่างยิ่งทีเดียว  ...อืม... ถึงแม้ว่าจะไม่ปลื้มกับภาษาที่เขาใช้สักเท่าไหร่  แต่โดยรวมแล้วถือว่าดีทีเดียวค่ะ  ^^

ใครว่างๆ อยากหาหนังสืออ่านเล่น แนะนำเลยค่ะ เรื่องนี้...

อ้อ ! ตอนนี้เรากลายเป็นแฟนหนังสือของคุณ Michael Palmer เรียบร้อยโรงเรียนจีนไปแล้ว  รอติดตามหนังสือเรื่องอื่นๆ ของเขาต่อไป  ปีนี้เขามีผลงานใหม่แล้วด้วย ชื่อเรื่อง "The First Patient" คราวนี้จะหาฉบับภาษาอังกฤษมาอ่านให้ได้เล้ย ^^  

สามารถอ่านประวัติ และผลงานของผู้เขียนได้ที่นี่ http://www.michaelpalmerbooks.com