Diary

ลงจากจิตเวชแล้ว...

posted on 27 Apr 2008 01:28 by natchi  in Diary

2008年 4月 27日

ลงจากภาควิชาจิตเวชแล้วค่ะ  หลังจากผ่านการเรียนมาราวๆ สามสัปดาห์

เป็นวอร์ดที่สนุกทีเดียวนะ ถ้าไม่นับตอนนั่งในห้องตรวจค่อนวันจนขาบวมฉึ่ง เหอๆๆๆ

เป็นภาควิชาที่ยังเก็บไว้ในใจอยู่  เผื่อไว้ในอนาคตอาจจะอยากเป็นจิตแพทย์

ถึงเวลาที่ค้องคิดแล้วสินะว่าอยากจะไปเรียนต่อทางไหน ....ก็ปีห้าแล้วนิ  แรกๆ ก็ยังไม่ได้คิดจริงจังอะไร แต่หลังจากถูกพี่รหัสไซโคมาว่า "มันควรจะรู้ได้แล้ว"  

....ก็เริ่มจะเครียดแล้วสิ....

เฮ้อ.... ยังกะเลือกคณะตอนสอบเอ็นท์ 

ปล. เอ็นทรีนี้เพื่อบ่นอย่างแท้จริง ไม่มีแก่นสารใดๆ ทั้งสิ้น

ZEN cosplay ...Privateแบบไม่ตั้งใจ...

posted on 30 Mar 2008 08:52 by natchi  in Diary

2008年 3月 30日

กลับมาอัพบล็อกอีกครั้ง กับภาพงาน ZEN cosplay วันแรก  ออกจากบ้านเที่ยงกว่าๆ ไปถึง Central World เกือบบ่ายสอง  แล้วดันหลงทางอีก...() หาที่จัดงานไม่เจอ  กว่าจะเจอก็พลาดพาเหรดรอบแรกไปแล้ว ฮือๆๆๆๆ ชาวคอสก็กระจัดกระจายหายไปหมดกว่าจะกลับมาอีกทีก็ประมาณบ่ายสามบ่ายสี่ ระหว่างรอก็เลยสโตรกตัวเองรอ 

แต่....

สโตรกไป สโตรกมา... ถ่านหมด!!!!!!! 

กรำ.....

เซ็ง.... สูดดดดสูดดดดดด

เลยอดถ่ายรูปนักคอสท่านอื่นๆ เลย แงๆๆๆๆๆ   ยังกะไปไพรเวท 

งานนี้บนเวทีประกวดสนุกสนานมากๆ เลยค่ะ  ทั้งชุดทั้งการแสดงเรียกได้ว่าทุกคนทุ่มเทกันจริงๆ ถ้าพูดถึงความประทับใจ ก็มีหลายๆ เรื่องอ่ะนะ

เรื่องชุด  ชอบวินเซนต์ร่างเคออส เท่มากๆ แล้วก็กัปดันแจ็ค สแปโรว์ น่ารักได้จายยย ท่าเดิน การพูดแทบจะถอดออกมาจากในหนัง

เรื่องการแสดง ชอบของยูนะ (FF10, 10-2) สร้างสรรค์ดีค่ะ กับ...เอ...คุณนินจาน่ะ จำชื่อไม่ได้แล้ว ใช้อาวุธเก่งจนน่าอิจฉา อยากทำเป็นมั่ง  ของอย่างนี้คงต้องขยันฝึกฝนสินะ ^^

คนอื่นๆ ที่ไม่ได้พูดถึงก็แสดงได้ดี  ถึงแม้ว่าบางท่านจะออกอาการตื่นเต้นเพราะอยู่ต่อหน้ากรรมการ แต่แสดงบนเวทีได้แบบนั้นก็เยี่ยมแล้วค่ะ ...เราไม่เคยประกวดเลยเพราะม่ายกล้า เหอๆๆ เอ้าปรบมือให้ผู้เข้าประกวดทุกคนนนนนนนน ~  /\ )))

เรื่องของพาเหรด  คราวนี้ได้เดินพาเหรดเป็นครั้งแรกด้วย ดีใจมากมาย แต่ตกใจนิดหน่อยที่ให้เดินตั้งแต่ชั้นหนึ่งยันชั้นแปด ..บรึ๋ยยย... >< สายตาสั้น ไม่ได้ใส่แว่นด้วย ต้องเดินระวังอย่างแรงงงค่ะ ตอนเดินพาเหรดเจอน้องคนหนึ่งคอสเอริธ ... จำได้ว่าเจอกันงาน TGS2008 เค้าคอสเป็นทิฟา เราคอสเอริธ.... คราวนี้สลับกันหรอเนี่ย บังเอิญจริง 555  เดินไปเดินมาเจอดันเต้ดักยิงตรงมุมอับด้วย ขำดี ^^

โม้มานานละ แปะรูปดีกว่า 

Caution!! อย่าไปสนใจหน้าตากับหุ่นเลยค่ะ ดูแค่ชุดละกัน

ถึงงานแล้ววววว ... ผมที่ดัดมายังไม่หายหยิกเลย แง้วววว พลาดแฮะ

มืดไปหน่อย แต่ชอบบรรยากาศ

ชอบฉากหลังกับแสง ...อย่ามองหน้าค่ะ เราเตือนท่านแล้ว

ชอบบรรยากาศ

เห็นรูปนี้แล้ว รู้สึกว่าตัวเองน่ากลัว.... - -lllll

 รูปสุดท้ายก่อนที่แบตกล้องจะหมด

เลยได้รูปคุณลุงมาริโอ้มาคนเดียวเอง แงๆๆๆๆๆ ครั้งหน้าหนูจะชาร์จแบตให้เต็มค่า ><

..จบแล้วค่า... โหลดโหดหน่อยขอโทษนะคะ ใครมีวิธีย่อรูปเล็กๆ เวลาคลิกที่รูปแล้วมันจะขยายให้บ้างค้า... ><

 

 

TGS2008 & Private Aerith

posted on 01 Mar 2008 19:54 by natchi  in Diary

2008 年 3月 1日

มาอัพสายอย่างแรง ^^'  ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมางานเยอะมาก ไม่ได้แตะบล็อกตัวเองเลย (เริ่มจะเค็มๆ แล้วมั้งเนี่ย ดองนาน ^^")  เอาล่ะ ไม่พูดพล่ามทำเพลง ดูรูปเพื่อนๆ ชาวคอสเลยดีกว่าค่ะ

TGS ปีนี้ เป็นปีแรกที่เอากล้องไป  มือใหม่หัดถ่ายรูปเลยได้รูปมาไม่เยอะเท่าไหร่น้า...

รูปแรก  ..ใช่ชีจังรึเปล่า?? น่ารักมากๆ เลยค่ะ

so cute

สาวน้อยจากเกมปังย่า ได้ข่าวว่าได้รางวัลด้วย ยินดีด้วยจ้า

so cute

 ยาซูคุง กับเจ้าชายนิทราแห่ง FFXIII-Versus  ถัดมา...เจ้าชายมีฝาแฝด!! เท่ทั้งคู่เลยคร้าบบ~

 kakkoi  kakkoi  

ท่านนี้ได้ยินว่าเป็นหมอชายจากเกม...จำไม่ได้ขอโทษค้า >< ส่วนด้านล่างนั้น โซฮีน้อย~ น่าร้ากก เค้าจะเอากลับบ้านนนนนนนน ><

sugoi kawaii

วีวี่คุงจาก FFIX และผองเพื่อน ^^ ด้วยความที่ชอบวิวี่มาก ขอสองรูป

kakkoi 

Black mage(Vivi) กับWhite mage

kakkoi

ยัฟฟี่น้อยจาก FFVII-AC อ๊า~ อยากเอากลับบ้านอีกคน  ด้านล่าง เรโน่คุงจาก FFVII-AC เช่นกัน

kawaii kakkoi

ทิฟา จากFFVII-AC ตอนไปขอถ่ายรูปน้องเค้าเหมือนกันลังนั่งพักอยู่ แต่ก็ลุกขึ้นมาตั้งท่าให้ถ่ายรูป ขอบคุณมากเลยจ้า

kawaiikawaii 

รายนี้อลังการได้ใจ ทุ่มเทจริงๆค่ะ แต่รู้รึเปล่าว่าปีกตัวเองทิ่มตาเค้าง่ะ >< แง้ววว

sugoi

มาร์เวลซุปเปอร์ฮีโร่ในดวงใจเราตั้งแต่เด็กๆ >< เหมือนสุดๆ

kakkoi

อีกหนึ่งฮีโร่ คราวนี้ฝั่งตะวันออกมั่ง

kakkoi

จากเกมCabal... มั้ง...ถ้าจำไม่ผิด อลังมากๆ ^^

sugoi sugoi

คุณนักฆ่ากับสหาย เท่มากมายยยยย

kakkoi

ลูเคียจัง กับท่านพี่เบียคุยะ

kakkoi kakkoi

เอ่อ...คู่นี้มาฉะกันได้ไงเนี่ย???

sugoi 

Death note ชอบลุคที่อยู่ข้างหลังจัง อิอิ

kakkoi

ปิดท้ายด้วยคนนี้ ....

kakkoiiiiii 

"เลือกข้า แล้วพลังความมืดจะอยู่กับเจ้า" ได้ใจไปเลยเต็มร้อยค่ะ กรี๊ดดด

เอาล่ะต่อไปเป็น Private แต่ก็ถ่ายในงานนั่นแหละ

งานนี้คอสเป็น เอริธ จาก FFVII-Crisis Core ค่ะ Aerith

ทำกะบังตั้งแบบเอริธไม่สำเร็จแฮะ... เฮ้อ...  ชุดนี้ช่วยกันทำกับแม่ค่ะ แต่ฝีมือแม่ 70 เรา30 แหะๆ

cosAerith cosAerith

ใครก็ได้ปิดแก้มให้ทีแง...

cosAerith cosAerith

cosAerith กำลังสวดภาวนาอยู่ดีๆ ...

cosAerith มีโซลเยอร์หัวเม่นตกลงมาจากฟ้าค่ะ... ซะที่ไหนกัน... :P

เดินเล่นในงานจนหลงทางซะแล้ว ที่นี่ที่ไหนเนี่ยยยย!!!~

cosAerith

ได้เวลากลับแล้ว บ๋ายบายค่ะ

cosAerith 

ปิดท้ายด้วยรูปนี้

เธอผู้อยู่เบื้องหลังตลอดงาน รักทั่นแม่ที่ซู้ดดด ขอจุ๊บที

my dear CHUUUU....

งานหน้าถ้ามีโอกาสได้ไปคอสอีก ก็อยากแต่งเป็นเอริธให้ดูดีกว่านี้น้า ^^" (เอ...หรือว่าเกินเยียวยาซะแล้ว) ถ้าผมยาวกว่านี้ก็ดีสิ แง้ว....

แล้วเจอกันใหม่จ้า

 

 

2008年 2月 23日

กลับจาก อ. ชุมแสง จ.นครสวรรค์ได้สัปดาห์หนึ่งแล้ว ^^

ไปออกชุมชนคราวนี้  ต่างจากที่คิดไว้มากมาย  อันดับแรก เรื่องไข้หวัดนกที่กลัวนักกลัวหนา  ปรากฏว่าตำบลที่ไปนั้นคือตำบลโคกหม้อ  แต่ตำบลที่มีข่าวการระบาดคือตำบลพิกุล สถานที่ที่มีการระบาดมีลักษณะเป็นฟาร์มเลี้ยงไก่แบบปิด  ขณะนั้นมีการควบคุมป้องกันโรคเป็นอย่างดีจึงเป็นไปได้ยากที่จะมีการระบาดข้ามตำบล ที่สำคัญคือ คนในชุมชนไม่ได้แตกตื่นกันอย่างที่คิด  พวกเขาก็ใช้ชีวิตตามปกติ กินสัตว์ปีก กินไข่กันเหมือนเดิม

"คนที่นี่ไม่มีใครกลัวหรอก  มีแต่คนกรุงเทพเท่านั้นแหละที่ตื่นเต้นกัน" พี่ชายท่านหนึ่งบอกพวกเรา

...แป่ว... อายมั้ยล่ะเนี่ย... คนที่ตื่นก็พวกหนูเองละค้า.....><"

แต่คนในชุมชนก็รับรู้และเข้าใจอันตรายของโรคนี้ดี  และรู้วิธีป้องกันเช่น อาหารที่ทำจากไข่และสัตว์ปีกจะถูกปรุงจนสุก  เคยแวะไปฝากท้องกับร้านอาหารในหมู่บ้าน คุณป้าแม่ครัวทอดไข่ดาวให้ซะสุกเชียวล่ะ ^^ 

การไปออกชุมชนคราวนี้มีนิสิตแพทย์จากมศว นักศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (มีทั้งปริญญาตรี โท และเอก) แบ่งกลุ่ม กลุ่มละประมาณสิบกว่าคน ได้สิบห้ากลุ่มกระจายกันอยู่ตามบ้านที่ทางมหาวิทยาลัยจัดเตรียมไว้ให้  บางกลุ่มพักที่บ้านของชาวบ้าน  บางกลุ่มพักที่ศาลาอเนกประสงค์ บางกลุ่มพักที่สถานีอนามัย  เราอยู่กลุ่มแปด มีสมาชิกทั้งหมดสิบสี่คน  ประกอบด้วยแพทย์มศว(รวมเรา) หกคน  อีกแปดคนเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล  พวกเราได้พักที่สถานีอนามัยบ้านต้นโพธิ์ 

พอรถแล่นมาจอดหน้าที่พักแล้ว  ความคิดแรกเลยนะ...

....อยากกลับบ้าน....

ไม่ใช่เพราะที่พักไม่น่าอยู่หรอก (ดูจะสบายกว่ากลุ่มอื่นด้วยซ้ำ) แต่จากประสบการณ์การออกชุมชนที่ผ่านมาทำให้มีความรู้สึกในด้านลบมากกว่าด้านบวก  คิดอยู่เสมอว่า มาอยู่แบบนี้แล้วจะมีประโยชน์อะไร้.... ที่สำคัญคือ ต้องมาอยู่ร่วมกับเพื่อนต่างคณะที่ไม่เคยรู้จักมักจี่กันมาก่อนตั้งสามสัปดาห์ 

....เราจะเข้ากันได้มั้ย

จะทำงานด้วยกันราบรึ่นรึเปล่า...??? เป็นคำถามที่กวนใจอยู่ตลอด

ในคืนแรก พวกเราทำความรู้จักกันเบื้องต้นด้วยการแนะนำตัวทีละคน  บอกสิ่งที่ชอบ สิ่งที่ถนัดและไม่ถนัด และเป้าหมายในชีวิต บรรยากาศสบายๆ กว่าที่คิด  ช่วยให้คลายกังวลขึ้นบ้าง  ....อืม...อาจจะดีก็ได้นะ

จากนั้นพวกเราก็เริ่มทำงานร่วมกัน แบ่งปันประสบการณ์ ความรู้ตามความถนัดแก่กันและกัน และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ตอนกลางคืนเราประชุมกันเพื่อสรุปงานที่ทำในวันนั้นๆ และแผนงานในวันถัดไป 

ในระยะแรก พวกเราเหมือนชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ที่กระจัดกระจายในภาพที่ยังต่อไม่เสร็จ  ยังไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนถึงจะเหมาะสม  วันเวลาผ่านไป พวกเราเคลื่อนย้ายตำแหน่งกันทีละนิด ...

ทีละนิด...

วันหนึ่ง ภาพจิ๊กซอว์เริ่มปรากฏรูปร่างชัดเจนขึ้น เป็นภาพบ้านหลังเล็ก ที่มีสมาชิกในครอบครัวทั้งหมดสิบสี่คน 

ไม่รู้เมื่อไหร่ ที่เราเรียกสถานีอนามัยนั้นว่า "บ้าน" อย่างติดปาก  

รู้ตัวอีกที  เวลาสามสัปดาห์ก็ผ่านไปแล้ว  พวกเรานิสิตแพทย์ต้องกลับก่อนเพื่อเรียนวิชาต่อไปตามหลักสูตร  ส่วนเพื่อนนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลยังต้องอยู่ต่ออีกสามสัปดาห์

เช้าวันเสาร์ที่สิบหก กุมภาพันธ์ ทุกคนกินข้าวเช้าด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา บรรยากาศค่อนข้างเงียบ  เราเองก็กินไม่ค่อยลง  ระหว่างที่กิน แต่ละคนต่างผลัดกันบอกเล่าความรู้สึกของตัวเองซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นความทรงจำที่ดี ที่นึกถึงทีไรก็อดประทับใจไม่ได้  ... (ไม่พิมพ์อ่ะ เดี๋ยวกลั้นน้ำตาไม่อยู่) ตอนนั้นเรากลั้นน้ำตาสุดฤทธิ์  ท่ามกลางเพื่อนๆ (บางคน) ที่กลั้นไม่อยู่แล้ว (โอยยยย... อย่าเหนี่ยวนำช้านนน ยิ่งบ้าจี้บ่อน้ำตาตื่นอยู่)  

ก็อย่างที่บอกในวงเล็บ... ทำนบน้ำตาของเรามันจะแข็งแรงซักแค่ไหนกัน

ตอนที่ทุกคนมาส่งที่สถานีรถไฟ  โบกมือลากันด้วยน้ำตานองหน้า  พวกเราทั้งหกคนก็เช่นกัน  สำหรับตัวเรา รู้สึกเหมือนต้องแยกจากครอบครัวเลย  ไม่น่าเชื่อว่าเวลาเพียงสามสัปดาห์ จะทำให้พวกเราผูกพันกันมากขนาดนี้

ดีใจที่ได้พบกับทุกคนที่บ้านกลุ่มแปด ถึงแม้ว่าการทำงานของเราจะมีอุปสรรคบ้าง  เราล้มลุกคลุกคลานด้วยกัน ค้นพบทางออกด้วยกัน และเดินไปพร้อมกัน  ทุกย่างก้าวคือการงานที่สำเร็จไปทีละขั้น

ไปออกชุมชนคราวนี้ นอกจากจะได้ประสบการณ์ที่ดีแล้ว ยังได้มิตรภาพกลับมาด้วย

ประทับใจมากๆ เลย...^^

ปล. เอ็นทรีนี้งดวิชาการจ้า