ลงจากจิตเวชแล้ว...

posted on 27 Apr 2008 01:28 by natchi  in Diary

2008年 4月 27日

ลงจากภาควิชาจิตเวชแล้วค่ะ  หลังจากผ่านการเรียนมาราวๆ สามสัปดาห์

เป็นวอร์ดที่สนุกทีเดียวนะ ถ้าไม่นับตอนนั่งในห้องตรวจค่อนวันจนขาบวมฉึ่ง เหอๆๆๆ

เป็นภาควิชาที่ยังเก็บไว้ในใจอยู่  เผื่อไว้ในอนาคตอาจจะอยากเป็นจิตแพทย์

ถึงเวลาที่ค้องคิดแล้วสินะว่าอยากจะไปเรียนต่อทางไหน ....ก็ปีห้าแล้วนิ  แรกๆ ก็ยังไม่ได้คิดจริงจังอะไร แต่หลังจากถูกพี่รหัสไซโคมาว่า "มันควรจะรู้ได้แล้ว"  

....ก็เริ่มจะเครียดแล้วสิ....

เฮ้อ.... ยังกะเลือกคณะตอนสอบเอ็นท์ 

ปล. เอ็นทรีนี้เพื่อบ่นอย่างแท้จริง ไม่มีแก่นสารใดๆ ทั้งสิ้น

2008年 4月 15日

.... "สุขสันต์วันปีใหม่ไทย.."

พูดวันนี้ยังไม่ช้าไปใช่มั้ย????

ไม่มีอะไรมากหรอก แค่อยากอัพบล็อกเฉยๆ 55555

ตอนนี้เปิดเทอมแล้ว แต่ยังไม่ค่อยได้อัพหัวข้อที่เกี่ยวกับเรื่องเรียนเลยแฮะ

ช่วงนี้ประจำอยู่ที่แผนกจิตเวช  เรียน เรียน แล้วก็เรียน.... มีออกตรวจผู้ป่วยกับอาจารย์เป็นบางวัน สัมภาษณ์ผู้ป่วย ทำรายงาน แล้วก็ไปดูงานที่โรงพยาบาลศรีธัญญา 

โดยส่วนตัวแล้ว รู้สึกว่าผิดจากที่คาดคิดไว้มากทีเดียว....

หากเอ่ยคำว่า "โรคทางจิตเวช" มักชวนให้นึกถึง "คนบ้า" พอนึกถึงคนบ้า  ภาพแรกที่ผุดขึ้นมาก็มักจะเป็นคนไข้ในโรงพยาบาลบ้าที่เห็นอยู่เป็นประจำตามละครยามค่ำ  คนส่วนใหญ่มักจะแทนความหมายสิ่งที่เกี่ยวข้องกับโรคทางจิตเวชด้วยภาพเหล่านี้  แต่จริงๆ แล้ว มันไม่ใช่แค่นั้น  

จิตเวช คือวิชาที่เกี่ยวกับสุขภาพจิต  ปัญหา หรือโรคทางจิตเวช ก็คือ ภาวะต่างๆ ที่ทำให้สุขภาพจิตบกพร่องไป ไม่ว่าจะเป็นด้านความคิด อารมณ์ สติปัญญา หรือพฤติกรรมของบุคคล  เกิดจากสาเหตุหลักๆ สามสาเหตุคือ

1. สาเหตุทางชีวภาพ ได้แก่ ความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง  พันธุกรรม ฯลฯ

2. สาเหตุทางจิตใจ

3. สาเหตุทางสังคม

ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดอาการทางจิตเวชที่หลากหลาย  ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับตัวบุคคลด้วย  ในการวินิจฉัยโรคทางจิตเวชนั้น ต้องจำแนกผู้ป่วยให้ได้ว่า อยู่ในความผิดปกติประเภทใด เราแบ่งความผิดปกติทางจิตเวชไว้สามประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

1. โรคจิต (Psychosis) มีลักษณะสำคัญคือ หลุดออกจากโลกของความเป็นจริง  พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง และขาดความรับรู้ในตนเอง  ที่พบบ่อยได้แก่ โรคจิตเภท (Schizophrenia)

2. โรคประสาท (Neurosis) เป็นความผิดปกติที่เกิดจากความขัดแย้งในจิตใจ และถูกกลไกป้องกันของร่างกายกดเอาไว้ในจิตใต้สำนึก  เมื่อถึงวันที่เก็บกดไว้ไม่ไหวก็จะเหมือนลาวาที่ทะลักออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟ  ก่อให้เกิดอาการทางร่างกาย และทางจิต

3. โรคบุคคลิกภาพผิดปกติ (Personality disorder) คือการที่ผู้ป่วยมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนไปจากพฤติกรรมปกติในสังคมวัฒนธรรมของผู้ป่วยนั้นๆ โดยผู้ป่วยไม่รู้สึกว่าพฤติกรรมของตนผิดปกติ หรือสร้างปัญหาให้กับคนรอบข้าง  มีลักษณะสำคัญที่เรียกว่า Alloplastic คือต้องการให้ผู้อื่นปรับตัวเข้าหาตนเองแทนที่จะปรับปรุงตัว  ดังนั้นผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงขาดแรงจูงใจในการมารักษา

นอกจากสามประเภทใหญ่ๆ ข้างต้น ก็ยังมีโรคทางจิตเวชอื่นๆอีกมากที่ต้องอาศัย ความรู้ ศิลปะ และความชำนาญในการวินิจฉัย  ที่สำคัญต้องวินิจฉัยแยกจากโรคทางกายที่ทำให้เกิดอาการทางจิต เพื่อให้การรักษาได้ถูกจุด 

อืม... เป็นวิชาที่ล้ำลึก และทำให้ผู้เรียนอย่างเราปั่นป่วนหัวใจดีแท้ ><  แต่อีกนัยหนึ่งก็เป็นวิชาที่น่าสนใจ และสำคัญมากทีเดียว  ดูจากสังคมในตอนนี้แล้ว ผู้ที่ต้องการการเยียวยาทางจิตใจมีมากมายเหลื้ออเกินนนน....

ขอบรรยายคร่าวๆ แต่เพียงเท่านี้ก็แล้วกัน เพราะเราเองก็ใช่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ ไว้มีหัวข้อน่าสนใจจะเอามาเขียนอีกนะ ^^ หรือถ้าใครมีข้อมูลเพิ่มเติมก็แนะนำเราได้เลย  เจอกันเอ็นทรีหน้าจ้า 

ZEN cosplay ...Privateแบบไม่ตั้งใจ...

posted on 30 Mar 2008 08:52 by natchi  in Diary

2008年 3月 30日

กลับมาอัพบล็อกอีกครั้ง กับภาพงาน ZEN cosplay วันแรก  ออกจากบ้านเที่ยงกว่าๆ ไปถึง Central World เกือบบ่ายสอง  แล้วดันหลงทางอีก...() หาที่จัดงานไม่เจอ  กว่าจะเจอก็พลาดพาเหรดรอบแรกไปแล้ว ฮือๆๆๆๆ ชาวคอสก็กระจัดกระจายหายไปหมดกว่าจะกลับมาอีกทีก็ประมาณบ่ายสามบ่ายสี่ ระหว่างรอก็เลยสโตรกตัวเองรอ 

แต่....

สโตรกไป สโตรกมา... ถ่านหมด!!!!!!! 

กรำ.....

เซ็ง.... สูดดดดสูดดดดดด

เลยอดถ่ายรูปนักคอสท่านอื่นๆ เลย แงๆๆๆๆๆ   ยังกะไปไพรเวท 

งานนี้บนเวทีประกวดสนุกสนานมากๆ เลยค่ะ  ทั้งชุดทั้งการแสดงเรียกได้ว่าทุกคนทุ่มเทกันจริงๆ ถ้าพูดถึงความประทับใจ ก็มีหลายๆ เรื่องอ่ะนะ

เรื่องชุด  ชอบวินเซนต์ร่างเคออส เท่มากๆ แล้วก็กัปดันแจ็ค สแปโรว์ น่ารักได้จายยย ท่าเดิน การพูดแทบจะถอดออกมาจากในหนัง

เรื่องการแสดง ชอบของยูนะ (FF10, 10-2) สร้างสรรค์ดีค่ะ กับ...เอ...คุณนินจาน่ะ จำชื่อไม่ได้แล้ว ใช้อาวุธเก่งจนน่าอิจฉา อยากทำเป็นมั่ง  ของอย่างนี้คงต้องขยันฝึกฝนสินะ ^^

คนอื่นๆ ที่ไม่ได้พูดถึงก็แสดงได้ดี  ถึงแม้ว่าบางท่านจะออกอาการตื่นเต้นเพราะอยู่ต่อหน้ากรรมการ แต่แสดงบนเวทีได้แบบนั้นก็เยี่ยมแล้วค่ะ ...เราไม่เคยประกวดเลยเพราะม่ายกล้า เหอๆๆ เอ้าปรบมือให้ผู้เข้าประกวดทุกคนนนนนนนน ~  /\ )))

เรื่องของพาเหรด  คราวนี้ได้เดินพาเหรดเป็นครั้งแรกด้วย ดีใจมากมาย แต่ตกใจนิดหน่อยที่ให้เดินตั้งแต่ชั้นหนึ่งยันชั้นแปด ..บรึ๋ยยย... >< สายตาสั้น ไม่ได้ใส่แว่นด้วย ต้องเดินระวังอย่างแรงงงค่ะ ตอนเดินพาเหรดเจอน้องคนหนึ่งคอสเอริธ ... จำได้ว่าเจอกันงาน TGS2008 เค้าคอสเป็นทิฟา เราคอสเอริธ.... คราวนี้สลับกันหรอเนี่ย บังเอิญจริง 555  เดินไปเดินมาเจอดันเต้ดักยิงตรงมุมอับด้วย ขำดี ^^

โม้มานานละ แปะรูปดีกว่า 

Caution!! อย่าไปสนใจหน้าตากับหุ่นเลยค่ะ ดูแค่ชุดละกัน

ถึงงานแล้ววววว ... ผมที่ดัดมายังไม่หายหยิกเลย แง้วววว พลาดแฮะ

มืดไปหน่อย แต่ชอบบรรยากาศ

ชอบฉากหลังกับแสง ...อย่ามองหน้าค่ะ เราเตือนท่านแล้ว

ชอบบรรยากาศ

เห็นรูปนี้แล้ว รู้สึกว่าตัวเองน่ากลัว.... - -lllll

 รูปสุดท้ายก่อนที่แบตกล้องจะหมด

เลยได้รูปคุณลุงมาริโอ้มาคนเดียวเอง แงๆๆๆๆๆ ครั้งหน้าหนูจะชาร์จแบตให้เต็มค่า ><

..จบแล้วค่า... โหลดโหดหน่อยขอโทษนะคะ ใครมีวิธีย่อรูปเล็กๆ เวลาคลิกที่รูปแล้วมันจะขยายให้บ้างค้า... ><

 

 

2008 年 3月 13日

เคลียร์เกม Final Fantasy I แล้วค่า ดีใจมากมาย  เล่นภาคที่เป็น GBA อ่ะนะ ย้อนยุคกลับไปเป็นเกมเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว เนื้อเรื่องคลาสสิกทีเดียว 

พูดถึงเนื้อเรื่อง ก็อย่างที่บอกว่า ค่อนข้างคลาสสิกในสมัยนี้ แต่ถ้าเป็นสมัยก่อนออกจะใหม่นิดนึงอ่ะค่ะ ส่วนตัวแล้วเราชอบนะ อิอิ ความสมดุลระหว่างแสงสว่างกับความมืด คริสตัลธาตุทั้งสี่ทีคำจุนโลก แล้วก็เรื่องวัฏจักรของกาลเวลา  จะเห็นว่าในภาคนี้ตอนสุดท้ายพวกเรา (นักรบแห่งแสงในเกม) ต้องย้อนอดีตไปยังโลกเมื่อ 2000ปีก่อนเพื่อจัดการกับ "การ์แลน" ตัวการแห่งความวุ่นวายบนโลก ผู้ทำสัญญากับปิศาจให้ตัวเองไม่มีวันตาย  การ์แลนฟื้นคืนชีพอีกครั้ง (หลังจากถูกเราฆ่าตอนต้นเกม) แล้วกลับไปยังโลกสมัย 2000 ปีก่อน รับพลังจากปิศาจ เกิดใหม่เป็นศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าเดิม  หลังจากนักรบแห่งแสงตามไปกำจัดจนสิ้นซากแล้วก็จะมีฉากจบขึ้นมาเป็นการเล่าเรื่องว่าโลกกลับสู่ความสงบสุขอีกครั้ง เฮ.. Happy Ending ~

พูดถึงระบบ ส่วนตัวแล้วระบบค่อนข้างง่าย ไม่ค่อยมีปัจจัยมาจำกัดความสามารถคนเล่นเท่าไหร่ อาจจะน่าเบื่อนิดนึงที่ระบบคำสั่งเป็นแบบเทิร์นต่อเทิร์น คือฝ่ายเรากับศัตรูผลัดกันคนละที ข้อดีก็คือไม่ลนลาน มีเวลาคิดนานหน่อย  ส่วนข้อเสียคือไม่ตื่นเต้นนั่นเอง  แต่ว่านะ เกมรุ่นแรกๆ ทำได้ขนาดนี้ก็โอเคแล้วล่ะ สรุปแล้ว สนุกค่ะ  

โครงการเคลียร์ภาคถัดไป ยังไม่ได้เริ่ม ขอพักก่อน

พูดถึงนิยายออริของเรา... วันนี้ตอนบ่ายๆ นั่งตากลมพลางคิด ไป ... อืม...เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาอีกนิดนึงแล้วล่ะ คิดว่าต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกหน่อย  การที่ต้องคิดแทนตัวละครที่บุคคลิกไม่เหมือนกันนี่ยากเอาเรื่อง  วิชาจิตวิทยาที่ร่ำเรียนมาจะช่วยได้มั้ยน้อ? สงสัยต้องไปทบทวนอีกรอบ ก็คนมันขี้ลืมนิ