avian

2008年 1月 27日

กลับมาอัพบล็อกอีกครั้งแล้วววววว  หลังจากคราวนี้คงไม่ได้อัพอีกนานเพราะตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ข้าน้อยจะไปปฏิบัติภารกิจของภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกัน (Community Medicine) โดยต้องไปออกชุมชนที่ อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์  ที่กำลังเป็นข่าวหวัดโจโคโบะ (นก) ระบาดอยู่ตอนนี้  ได้ยินอาจารย์เล่าว่า ที่ที่ข้าน้อยและผองเพื่อนจะไปอยู่นั้น ห่างจากจุดที่มีการควบคุมประมาณสิบกิโลเมตร... (กรี๊ดดดด...) โดยมีแม่น้ำน่านไหลผ่าน...(กรี๊ดรอบสอง) บรรดาคณาจารย์ยังกล่าวอย่างตื่นเต้นอีกว่า  ตั้งแต่พาลูกศิษย์ไปออกชุมชนมา  ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน (แบบว่าเข้าไปในโซนแดง) รุ่น(ของข้าน้อย) นี้ถือเป็นประวัติการณ์จริงๆ (น่าตื่นเต้นมากค่ะ ...กรี๊ดดด รอบที่สาม)

ท่านอาจารย์: ไม่ต้องห่วงนะน้อง (อ. มักใช้คำสรรพนามเวลาคุยกับพวกข้าน้อยว่า "พี่"กับ"น้อง") เพราะ.... พี่จะไปด้วย !!!

นิสิต(คิด) : พวกหนูอุ่นใจขึ้นม้ากมากค่ะอาจารย์  (กรี๊ดดด ...รอบที่สี่) 

เอาเถอะไม่เป็นไร ถ้าป้องกันตัวเองอย่างถูกต้องก็ไม่ติดหรอก เหอๆ เพราะฉะนั้นคราวนี้จึงอยากเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าโรคนี้สักหน่อย  

Avian Flu หรือโรคไข้หวัดนกนี้  เกิดจากเชื้อ avian influenza virus  ซึ่งเป็นไวรัสในเครือเดียวกับ Human influenza virus ที่ทำให้เกิดโรคไข้หวัดใหญ่ในคน 

ข้อมูลของ Influenza virus

เป็นไวรัสใน family Orthomyxoviridae  แบ่งได้สาม typeได้แก่ A B และC  มีโปรตีนที่สำคัญอยู่สองชนิดคือ Hemaglutinin เป็นตัวจับกับตัวรับบนผิวเซลล์ร่างกาย ทำให้เกิดการติดเชื้อ และ Neuraminidase เป็นตัวช่วยให้ไวรัสกระจายในร่างกายได้ง่ายขึ้น มีอยํหลายsubtypeด้วยกัน(ไม่รู้จะแปลคำว่าsubtypeว่าอะไรดี ขอทับศัพท์ไปเลยนะคะ)  ซึ่งการจัดเรียงตัวของแต่ละ subtype ทำให้เกิดเชื้อก่อโรคไข้หวัดใหญ่ในสัตว์ที่แตกต่างกัน เช่น ม้า(H3N8, H7N7) นก(H1-H16,N1-N9) และในคน (H1-H3, N1-2) เป็นต้น

เชื้อไวรัสที่พบในนกนั้น มีตั้งแต่ไม่ทำให้เกิดอาการถึงก่อโรครุนแรง ที่เรากำลังกลัวกันอยู่ในปัจจุบันก็คือ Influenza type A subtype H5N1 ทำให้เกิดอาการรุนแรงในสัตว์ปีก โดยเฉพาะเป็ดไก่  ปัจจุบันนี้ก็มีการติดต่อสู่คนแล้ว

การติดต่อ

โรคไข้หวัดนกติดต่อโดยการสัมผัสสัตว์ปีกที่เป็นโรค โดยเชื้อไวรัสในน้ำมูก น้ำลาย และมูลของสัตว์ป่วยอาจติดมากับมือ เข้าสู่ร่างกายคนทางเยื่อบุจมูกและตา  สัตว์ปีกที่ป่วยจะมีอาการซึ่ม หงอย เบื่ออาหาร ขนยุ่ง หงอนและเหนียงจะบวมแดงมาก มีจุดเลือดออกตามขานะคะ  การติดต่อจากคนสู่คนยังเป็นไปได้ยาก  ประเทศไทยมีรายงานอยู่รายเดียวคือแม่ที่ไปเฝ้าไข้ลูกที่เป็นไข้หวัดนก  อย่างไรก็ตามเชื้อนี้มีการปรับตัวที่ดีเยี่ยม  มีการแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมระหว่าง subtype ทำให้มัน "ดุ" ขึ้นได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลว่าอาจมีการแลกเปลี่ยนกันระหว่างเชื้อไข้หวัดนก และไข้หวัดใหญ่ในคน ทำให้การติดต่อง่ายขึ้น

อาการในคน

หลังรับเชื้อประมาณ 3-7 วัน  มักมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว เจ็บคอ ไอแห้งๆ น้ำมูกไหล  อาจมีอาการท้องเสีย  ถ้าเป็นรุนแรงอาจมีปอดอักเสบ จนถึงระบบทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลันได้ (Acute respiratosy distress syndrome- ARDS)

การป้องกันและรักษา

ปัจจุบัน วัคซีนสำหรับโรคไข้หวัดนกนั้นยังอยู่ในระหว่างการศึกษา ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเป็นวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ (เพื่อป้องกันการแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมนั่นเอง) การรักษานั้นจะให้เป็นยาต้านไวรัส (แต่ก็เป็นตัวที่ใช้ในไข้หวัดใหญ่อีกนั่นแหละ) ยานี้แค่ช่วยลดอาการเท่านั้น  การป้องกันสำหรับบุคคลทั่วไปก็คือหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตายอย่างไม่ทราบสาเหตุ  หลีกเลี่ยงการเข้าไปยังสถานที่ที่มีสัตว์ปีกตาย หรือมีมูลสัตว์ปีก  ก่อนรับประทานอาหารประเภทสัตว์ปีก และไข่ ควรปรุงให้สุกก่อน (ใช้ความร้อน60องศา 30นาที) ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร และที่สำคัญเมื่อมีอาการที่น่าสงสัยต้องรีบไปโรงพยาบาลค่ะ

reference: ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ไปที่นี่ได้เลยค่ะ

http://thaigcd.ddc.moph.go.th/AI_QandA_051222.html :สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

http://www.cdc.gov/flu/avian/gen-info/pdf/avian_facts.pdf : Center for Disease Control and Prevention

เรียบร้อยแล้วสำหรับเอ็นทรีนี้  ...อา ค่อยดูเป็นบล็อกที่มีสาระขึ้นมาหน่อย ...แต่เขียนอะไรที่มีสาระเนี่ย เหนื่อยจริงๆน้า....