fiction

2010年04月27日

http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=605816 

อัพนิยายแล้วววว ตอนนี้แบ่งครึ่งเพราะมันหลายหน้าเกิน  อีกครึ่่งกำลังแก้ไขอยู่หุๆ คงได้ลงเพิ่มในไม่ช้า  แต่จากนี้ไปคงเริ่มกระบวนการดองเค็มไปด้วย  ช่วยมิได้จริงๆ งานหลวงต้องมาก่อน

ตอนนี้เริ่มทำงานแล้ว  งานหนักใช่ย่อย  ต้องกลับไปขุดหนังสือขึ้นมาอ่านอีกหลายรอบ  กลัวพลาด เพราะมันหมายถึงความเป็นความตายเลยทีเดียว  ...  

เอ้า ขยัน! สู้ๆ สู้ตายยยย! 

2010年 04月 13日

หุๆ หลังจากเค้นความคิดมาหลายวัน  ตอนที่สองได้ฤกษ์คลอดเสียที

พบกับ HIATUS : ตอน Silence Belle ได้เลยค้า

http://writer.dek-d.com/littlemfox/writer/view.php?id=605816 

ตอนต่อไปจะใช้เวลานานขนาดไหนเนี่ย?? ชักหวั่น

Stage8-Part2

posted on 03 Nov 2006 22:52 by natchi in Fic-HIATUS

Stage8~ ถอย (Part2)

ทางด้านปราสาทใหญ่กลางเมืองมอรอค โอซิริสนั่งอยู่บนบัลลังก์ทองโดยมีไอซิสคลอเคลียอยู่ข้างๆ พร้อมด้วยมอนสเตอร์นานาชนิดจากปิรามิดรายล้อมอยู่โดยรอบ ทันใดนั้นเอง..

ฟิ้ว.....ปัง!!

เสียงพลุปะทุพร้อมแสงสีแดงดุจเปลวเพลิงลุกวาบ สีแดงของพลุกลืนกินสีครามของท้องฟ้า และปุยเมฆจนหมด โอซิริสลุกพรวดขึ้นจากบัลลังก์ทำเอาไอซิสเซไปเล็กน้อย ดวงตาสีแดงฉานของโอซิริสจ้องมองยังท้องฟ้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนกลับเป็นสีครามดังเดิม ฉับพลันนั้น ปรากฏลูกไฟหลายสิบลูกพุ่งแหวกเมฆเข้ามาในปราสาท เมื่อลูกไฟไปตกลงที่ใดก็จะเกิดระเบิดขึ้นทันที ทั้งเสียงและพลังทำลายทำให้ปราสาทสั่นไหวไปหมด กระสุนเพลิงถูกยิงอย่างต่อเนี่องจากปลายไม้เท้าของนักเวทย์แห่งเกฟเฟ่นที่ยืนอยู่บนหลังคาบ้าน ด้านหน้าของปราสาท โอซิริสถลึงตาอย่างโกรธเกรี้ยว มันออกคำสั่งกับลูกน้องทันที

"ไปฆ่าพวกมันให้หมด!!" สิ้นคำของโอซิริส เหล่าอสูรทั้งหลายก็แห่กันกระโจนลงจากปราสาทเพื่อปะทะกับพวกวิซาร์ด ส่วนโอซิริสนั้นยืนมองอยู่บนระเบียงด้านหน้า

"พี่คะ นั่นหรอโอซิริส?" จินนี่ถามอาเรสผู้เป็นพี่

"ใช่... นั่นแหละเทพโอซิริส" อาเรสตอบโดยไม่ละสายตาจากโอซิริส

"เทพอะไรกัน เป็นเทพจะทำแบบนี้ได้ยังไง" จินนี่พูด

"บางทีอาจจะเป็น....ประกาศิตเลือด.."

"อะไรคะพี่ ? มันคืออะไร"

อาเรสกลืนน้ำลายดังเอื้อกก่อนจะตอบ "พี่เคยได้ยินอาจารย์พูดถึง มันเป็นจารึกแห่งความแค้นของวิญญาณทั้งหลายทั้งปวง เป็นคำสาป ถ้าโอซิริสตื่นขึ้นจากจารึกที่ว่าละก็ มันจะทำให้โอซิริสหมดสำนึกแห่งความเป็นเทพ เหลือไว้แต่ความเคียดแค้น ใครกันทำเรื่องแบบนี้ได้"

"เอ๋...พี่พูดแบบนี้อย่างกับว่าเป็นฝีมือของมนุษย์อย่างนั้นแหละ"

อาเรสกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง "ถ้าเป็นจริงละก็เรื่องใหญ่แน่ ไปเถอะจินนี่ ทำตามแผน ยังไงเราต้องหยุดโอซิริสให้ได้"

"ค่ะพี่" จินนี่ตอบเสียงหนักแน่น แล้วเธอก็ควบแกรนด์เปโกเปโก้คู่ใจกลับไปยังด้านหลัง ขณะนี้เหล่านักเวทย์กำลังเผชิญหน้ากับกองทัพปิศาจแห่งมหาปิรามิด ทุกคนอยู่ในท่าเตรียมพร้อม ฝูงมอนสเตอร์โดดลงมายังที่ที่พวกเขายืนอยู่และมุ่งตรงมาที่พวกเขาแล้ว!!!

ลำแสงนับไม่ถ้วนพุ่งออกจากไม้เท้าเวทย์มนต์ของบรรดาจอมเวทย์ เข้าปะทะกับร่างของมอนสเตอร์ผีดิบที่ห่อหุ้มกายด้วยผ้าพันแผล ร่างของพวกมันกระเด็นกระดอนออกไปตามแรงระเบิด เจ้า Mimic กล่องสมบัติผีสิงรุมทะยานเข้าหาพวกนักเวทย์ด้วยความรวดเร็วเกินกว่าจะป้องกันทัน นักเวทย์บางคนถูกคมเขี้ยวของ Mimic เข้าอย่างจัง

Fire Wall !! Fire Wall !! Fire Wall !!

เฟี้ยว....ปัง!!

พลุดอกที่สองถูกยิงขึ้นฟ้า คราวนี้เป็นสัญญาณสีน้ำเงิน วิซาร์ดทั้งหมดพากันร่าย Ice Wall กั้นพวกมอนสเตอร์ไว้แล้วถอยกลับไปด้านหลังทันที ฝูงมอนสเตอร์เห็นดังนั้นก็เข้าทำลาย Ice Wall เหล่านั้นอย่างไม่ลืมหูลืมตา จนในที่สุด Ice Wall ก็แตก เปิดทางให้พวกมันบุกไปหาพวกนักเวทย์ได้ แต่สิ่งที่รอพวกมันอยู่ไม่ใช่เนื้อหนังอันโอชะของจอมเวทย์ หากแต่เป็นปลายหอกยาวพุ่งเข้าหาพวกมัน Mummyที่ดาหน้าเข้าไปถูกเสียบทะลุกลางตัว Verit ก็ถูกคมหอกเสียบทะลุปากไปจนถึงกลางหลัง ทันทีที่กองอัศวินถือหอกพุ่งผ่านไป หน่วยดาบก็บุกอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Mimic และ Matyr ถูกคมดาบบั่นเป็นชิ้นๆ โดยที่ฝูงค้างคาวไม่สามารถจู่โจมเนื้อหุ้มเกราะของเหล่าอัศวินได้

วิซาร์ดที่ถอยร่นไปอยู่แนวหลังก็ไม่ได้อยู่เฉย พวกเขาพุ่งเป้าไปที่โอซิริสที่ยืนอยู่บนปราสาทแล้วระดมยิงเวทย์ใส่ทันที ลำแสงถูกตัวปราสาทจนเสียหายอย่างหนัก ฝุ่นฟุ้งตลบอบอวลจนแทบมองไม่เห็นอะไรเลย

อ้ากกกกกกกกกก !!!!.. เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น

"ใครเป็นอะไรน่ะ !! " อาเรสร้องถาม สายตากวาดมองไปรอบๆ ท่ามกลางทัศนวิสัยอันคลุมเครือ

คำตอบปรากฏขึ้นเมื่อหมอกควันจางลงไป ..วิซาร์ดหนุ่มผู้โชคร้ายคนหนึ่งนอนจมกองเลือดอยู่ใต้เท้าข้างหนึ่งของโอซิริส

"กรอด...แก!!" อาเรสชูไม้เท้าขึ้นเตรียมร่ายเวทย์ แต่โอซิริสก็หายตัวไปในพริบตา ตอนนี้นักเวทย์ทุกคนรวมทั้ง พวกอัศวินที่กำลังสู้กับฝูงมอนสเตอร์ก็ต่างมุ่งความสนใจไปที่โอซิริส

กรี๊ด !!!!!

"จินนี่ ! " อาเรสตาเบิกโพลงขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นโอซิริสไปยืนอยู่ตรงหน้าจินนี่ที่ตกจากหลังนกปิโก้ ดาบของเธอถูกปัดตกลงพื้น และลำแขนของโอซิริสกำลังฟาดเข้าหาเธอ....!! "จินนี่ !!!" อาเรสร้องสุดเสียง เธออยู่ห่างเกินกว่าที่เขาจะไปช่วยได้

ก่อนที่โอซิริสจะได้ทำอันตรายแก่จินนี่ลูกธนูนับสิบก็พุ่งตัดอากาศเข้ามาปักถูกท่อนแขน และลำตัวของโอซิริสทำให้มันเสียจังหวะ ธนูจากพวกฮันเตอร์ช่วยชีวิตจินนี่ไว้ได้ทัน โอซิริสสะบัดตัวแล้วพยายามดึงเอาลูกศรออกจากร่างกาย เพื่อนอัศวินของจินนี่อาศัยจังหวะนี้ดึงตัวเธอออกมา

"ตอนนี้ล่ะ !!" กองพลโรก และแอสแซสซินโผล่ขึ้นมาจากดินพร้อมกับใช้อาวุธในมือรุมฟันโอซิริสเป็นชุด ขณะที่มันกำลังเพลี่ยงพล้ำนั้น โอซิริสได้ Teleport หนีไป ส่วนมอนสเตอร์ตัวอื่นๆ ก็ถอยไปเช่นกัน

"บ้าจริง ! หนีไปซะได้" โรกคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างอารมณ์เสีย

"ไม่เป็นไรหรอก พวกมันกำลังเข้าแผนเราแล้ว ดูจากทิศทางของพวกลูกน้องมันก็รู้ว่าจุดหมายของโอซิริสเป็นที่ไหน" เซนเกียร์พูด รอยยิ้มนิดๆ ผุดขึ้นที่มุมปากเขา

ที่หน้าปิรามิด โอซิริสวาร์ปกลับมาที่นี่ โดยมีฝูงมอนสเตอร์ทยอยตามกันมา ไม่ทันที่โอซิริสจะได้พูดอะไร ก็บังเกิดแสงสีขาวระเบิดขึ้นบนพื้นเป็นระยะๆ ผีดิบทั้งหลายร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดก่อนจะสลายหายไปทีละตัวสองตัว โอซิริสนั้นเบี่ยงตัวหลบแสงสีขาวได้ทัน มันกลับมายืนนิ่งอยู่กับที่

"จนมุมแล้ว เจ้าโอซิริส" เสียงของไอเว่นดังออกมาจากด้านข้างปิรามิด เขาก้าวออกมาพร้อมกับฟินิกส์ นักบวชคนอื่นๆ ก็ออกจากที่ซ่อนตรงเข้ามาล้อมพวกโอซิริสไว้

"ได้เวลากลับรังแล้ว ท่านฟาโรห์ ไม่งั้นก็ต้องเละเป็นผงอยู่ที่นี่" ฟินิกซ์พูดพลางกำหมัดขึ้นมา Spirits Sphere ทั้ง 5 ลูกลอยวนรอบตัวเขาพร้อมที่จะใช้งานได้ทุกเมื่อ

โอซิริสที่เหลือพรรคพวกเพียงน้อยนิดกลับไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด มันยังคงนิ่งเฉยราวกับว่าสถานการณ์ในตอนนี้เป็นแค่เรื่องจิ๊บจ๊อย

"หึ...หึๆๆ ...ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆ !!!!!" เสียงหัวเราะอันดังของโอซิริสทำเอาแผ่นดินสะเทือนเลยทีเดียว พวกหน่วยพิเศษต่างเอามือปิดหูของตนไว้ ไม่งั้นแก้วหูคงแตกไปแล้ว

"หัวเราะอะไรฟะ !! ไอ้บ้านี่ มีอะไรน่าขำนักรึไง" ฟินิกซ์จะโกนอย่างหัวเสีย

ไอเว่นก็พูดกับโอซิริส "ขอเตือนอีกครั้งนะ โอซิริส กลับเข้าไปในปิรามิดซะดีกว่า ไม่อย่างนั้นพวกเราจะ..."

"จะ อะไร? พวกเจ้าจะทำอะไรงั้นรึ? คิดจะใช้แสงศักดิ์สิทธิ์ฆ่าข้าล่ะสิ หึๆๆ พวกเจ้าคิดว่าจะทำได้ง่ายๆ รึไง" โอซิริสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

"พูดแบบนี้อยากลองดูมั้ยล่ะ" พรีสคนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมกับควัก Blue Gemstone ออกมา

"พวกเจ้านี่ช่างโง่แท้ คงคิดว่าข้าติดกับดักของพวกเจ้าล่ะสิ แต่จะบอกอะไรให้อย่าง คนที่ติดกับน่ะมันพวกเจ้าต่างหาก!! " สิ้นเสียงโอซิริส Minorous ร่วมร้อยตัวก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเหล่านักบวชพร้อมกับเหวี่ยงฆ้อนอันมหึมาไล่ทุบพวกพรีส บางตัวก็ร่าย Heaven Drive ลงพื้น พวกพรีสที่ถนัดกับการต่อกรกับผีดิบพอมาเจอแบบนี้เข้าก็ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ฟินิกซ์ที่เป็นมังค์นั้นยังพอสู้ได้แต่จำนวนของพวกมันก็มากเหลือเกิน

"ฟินิกซ์ ระวัง!!" ไอเว่นร้องเตือนเมื่อเห็น Minorous ตัวหนึ่งกำลังใช้ท่า Hammer Falls ใส่ฟินิกซ์ ส่วนฟินิกซ์เองที่กำลังติดพันกับ Minorous อีกตัวไม่ทันเห็นจึงโดนออร่ารูปฆ้อนเข้าไปอย่างจัง ฟินิกซ์หัวหมุนหมดจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่แล้วตอนนี้ ขณะที่ฝ่ายไอเว่นกำลังเสียเปรียบ พวกเซนเกียร์ก็ตามมาช่วยพอดี ทั้งโรก และแอสแซสซินเข้าปะทะกับ Minorous ในระยะประชิด

"ไม่ต้องห่วง พรรคพวกคนอื่นๆ กำลังตามมา" เซนเกียร์ตะโกนบอก แทนที่โอซิริสจะเป็นกังวลแต่มันกลับฉีกยิ้มออกมา

ทันใดนั้นพรีสสาวในกลุ่มก็หันไปเห็นอะไรบางอย่าง "นี่ ทุกคนดูโน่นสิ!" เธอชี้ไปที่เมือง เห็นแสงสีส้มและควันไฟอยู่ลิบๆ "ไฟไหม้!" เธอร้อง

"บ้าน่า! เป็นไปได้ยังไงกัน" เซนเกียร์อุทานอย่างไม่เชื่อสายตา เมื่อเขาตั้งสติและสังเกตไปรอบๆ "ไอซิสไม่อยู่ !?"

"ใช่ นางไม่อยู่ที่นี่ เจ้าคิดว่ามเหสีสุดที่รักของข้ากำลังทำอะไรอยู่ล่ะ" โอซิริสกล่าวอย่างผู้ชนะ

ขณะเดียวกันกลางทะเลทรายที่กั้นระหว่างปิรามิดกับเมืองมอรอค กลุ่มอัศวิน ฮันเตอร์ และวิซาร์ดที่กำลังตามมาช่วยที่ปิรามิดก็ต้องหยุดเมื่อเห็นควันไฟ และเปลวเพลิงภายในเมือง

"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย" ทีอุทานขึ้น

"แย่แล้ว ในเมืองยังมีพวกชาวบ้านหลงเหลืออยู่ด้วย ลำพังมาริสกับ พวกแบล็กสมิธคงช่วยได้ไม่ทั่วถึงแน่" อาเรสพูดขึ้น

เลร่ารู้สึกกังวลอย่างมาก "ทางด้านคุณเซนเกียร์ก็ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง แล้วยังเกิดเรื่องในเมืองอีก" เลร่าคิดแล้วตัดสินใจบอกกับทุกคนว่า "เอาอย่างนี้ เราแบ่งกำลังเป็นสองส่วน กลุ่มหนึ่งไปช่วยพวกมาริสในเมือง ส่วนอีกกลุ่มไปหาคนอื่นๆ ที่ปิรามิดนะ" ทั้งหมดแบ่งกำลังเป็นสองส่วน เลร่านำกำลังส่วนหนึ่งกลับไปที่เมือง อาเรสกับที นำกำลังอีกส่วนไปยังปิรามิด

เมืองมอรอคถูกทำลายไปเรื่อยๆ ด้วยฝีมือของ Ancient Mummy ภายใต้การควบคุมของไอซิส เมื่อเลร่ากลับมาถึงเมือง เห็นผู้คนบาดเจ็บล้มตายเป็นอันมาก บ้านเรือนถูกเผาทำลายด้วยเปลวเพลิงอันร้อนระอุ แล้วเธอก็เหลือบไปเห็นร่างของแบล็กสมิธหญิงคนหนึ่งนอนหายใจรวยรินอยู่

"มาริส!! คุณมาริส!" เลร่าตรงเข้าไปหามาริสทันทีพร้อมกับช้อนตัวเธอขึ้นมา "ทำใจดีๆ ไว้นะคะ อย่าเป็นอะไรนะคะ" เลร่าพูดเสียงสั่น

มาริสลืมตาขึ้นมาอย่างอ่อนล้า หน้าของเธอซีดขาว "เล ..ร่า" เธอพูดออกมาด้วยเสียงอันเบา

"คุณได้สติแล้ว โชคดีจัง รอเดี๋ยวนะคะ เดี๋ยวฉันจะพาคุณออกไป" เลร่าพูดพลางพยุงมาริสให้ลุกขึ้น แต่มาริสเอื้อมมือดึงแขนเลร่าไว้ "ไม่ต้องหรอก มันสายไปแล้ว ฉันคงทนได้อีกไม่นานหรอก" เลร่าเริ่มน้ำตาคลอ "อย่าพูดแบบนี้สิคะ คุณออกจะแข็งแรง ไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอก"

"เด็กโง่เอ๊ย..คนเราต่อให้เก่งแค่ไหนก็หนีความตายไปไม่พ้นหรอก ตอนนี้ก็ถึงเวลาของฉันแล้ว ..." ลมหายใจของมาริสแผ่วเบาลงเรื่อยๆ "ฟังนะเลร่า....ลอนเบิร์ก กับลิน ยังอยู่ในเมือง ...กำลังพาชาวบ้าน... กับพวกพ่อค้าอพยพอยู่...ฉัน..ฝากดูแลพวกชาวบ้านด้วย....ชาวเมืองมอรอค...มอรอคของพวกเรา..." แล้วมาริสก็หมดลมในอ้อมกอดของเลร่า เลร่าตัวสั่นเทา นัยน์ตาแดงก่ำเต็มไปด้วยน้ำตา แต่ถึงแม้ว่าเลร่าจะเสียใจมากแต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลาจะมาคร่ำครวญ คำพูดสุดท้ายของมาริสเธอต้องรักษาไว้ให้ได้

"ไปกันเถอะพวกเรา !! ไปช่วยชาวเมืองกัน!" เธอตะโกนบอกพรรคพวก และควบปิโกปิโก้นำออกไป หน่วยพิเศษคนอื่นๆ ก็ตามเธอไปติดๆ

ทางด้านปิรามิด แม้ว่าจะมีกำลังจากพวกอาเรสไปช่วยก็ตาม ฝ่ายโอซิริสก็ยังได้เปรียบอยู่ดี ด้วยกองทัพมอนสเตอร์ ทั้ง Minorous ที่มีกำลังมหาศาล ส่วน Mimic Mummy Verit และMatyr ได้รับพลังจากโอซิริส ผนวกกับอยู่ใกล้ปิรามิด พวกมันจึงเพิ่มจำนวนได้มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้จักหมดจักสิ้น ทหารหน่วยพิเศษถูกไล่ต้อนจนมุม พวกเขาเหลืออยู่เป็นจำนวนน้อยเต็มที

"ทำไงดีล่ะ?" ไอเว่นพูดกับเซนเกียร์

"คงต้องถอย..."

"ว่าไงนะ...! หนีหรอ!" อาเรสพูด

"ถึงจะน่าเจ็บใจ แต่พวกเราก็คงต้องยอมรับ .....ว่าพวกเราแพ้แล้ว" เซนเกียร์กล่าวอย่างอดสู ทุกคนก็รู้สึกเจ็บแค้นไม่แพ้กัน แต่ละคนกำหมัดแน่น ไอเว่นฝืนใจขว้าง Blue Gemstone ไปที่พื้นพร้อมกับตะโกนออกมา "Warp Porta l!!!" ประตูวาร์ปถูกเปิดขึ้น พรีสคนอื่นๆ ก็ทำตามไอเว่น พวกเขาทยอยนำคนเจ็บเข้าไปก่อน ที่เหลือคอยกันฝูงมอนสเตอร์ออกไป แล้วจึงโดดเข้าประตูวาร์ปไป ตามด้วยกลุ่มของนักบวช ทันทีที่พรีสคนสุดท้ายเข้าประตูวาร์ป แสงของ Warp Portal ก็หายไป

โอซิริสฉีกยิ้มอย่างพอใจในชัยชนะ "ฮ่าๆๆๆๆ พวกเจ้าเห็นมั้ย เหมือนหนูหนีตายไม่มีผิด น่าสมเพส! ฮ่าๆๆๆ" โอซิริสพูดกับเหล่าลูกสมุน "เอาล่ะ ไปยึดเมืองเน่าๆ นั่นกันดีกว่า ไม่รู้ป่านนี้มเหสีที่รักของข้าจะกำจัดพวกมดปลวกหมดหรือยัง...ฮ่าๆๆ " พูดจบโอซิริสก็มุ่งหน้าไปยังเมืองมอรอคทันที

เหล่านักเวทย์ร่ายกำแพงไฟเพื่อป้องกันตัวเอง และร่ายเวทย์เข้าโจมตีซ้ำ แต่ขณะที่พวกเขากำลังร่ายคาถา ฝูงค้างคาวก็บินโฉบไปมาไม่หยุดหย่อนทำให้กลุ่มวิซาร์ดเสียสมาธิและเริ่มร่ายเวทย์ได้ช้าลง

Stage8-Part1

posted on 03 Nov 2006 22:35 by natchi in Fic-HIATUS

Stage8~ ถอย

แสงแดดยามเช้าส่องกระทบหลังคาอาคารบ้านเรือนของเมืองมอรอคที่บัดนี้เต็มไปด้วยความโกลาหล เหล่าพ่อค้าแม่ค้าพากันทิ้งรถเข็นหนีตายกันจ้าละหวั่น บางคนที่พอมีฝีมือก็จับอาวุธขึ้นสู้ ส่วนพวกชาวบ้านนั้นต่างวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่ว...

"มีน่า !! มีน่า!! ลูกอยู่ไหน!" หญิงชาวบ้านคนหนึ่งร้องตะโกน เธอคงพลัดหลงกับลูกในฝูงชนที่กำลังแตกฮือ ในขณะที่เธอกำลังมองหาลูกอย่างร้อนรนนั้นเอง

"แม่ !! " เสียงเล็กๆ ทำให้เธอชะงัก นี่เป็นเสียงของลูกสาวเธออย่างแน่นอน

"มีน่า !!!" เธอวิ่งไปตามเสียงนั้นอย่างไม่คิดชีวิต "มีน่า !!"

"แม่..!! แม่ !!" เสียงเด็กน้อยดังขึ้นเรื่อยๆ หญิงผู้เป็นแม่พยายามแหวกฝูงชนเข้าไปเพื่อหาที่มาของเสียง แล้วเธอก็พบลูกของเธอยืนร้องไห้อยู่ข้างๆ บ้านหลังหนึ่งไม่ไกลจากเธอมากนัก

"มีน่า !! " เธอร้องเรียก และวิ่งเข้าไปหา เด็กน้อยหันมาเห็นแม่ก็โผเข้าหาเธอเช่นกันโดยที่ไม่รู้เลยว่า Mimic ตัวหนึ่ง พุ่งเข้ามาจากด้านหลังพร้อมกับแยกเขี้ยวอันคมกริบเตรียมจะขย้ำร่างหนูน้อย แม่เด็กเห็นดังนั้นก็กรีดร้องเสียงดังลั่น เสี้ยววินาทีก่อนที่เขี้ยวของ Mimic จะฝังลงบนร่างของหนูน้อย ลูกบอลสีขาวก็พุ่งเข้ามาอัดกระแทกมันกระเด็นไป เจ้า Mimic ตั้งหลักใหม่แล้วกระโจนเข้ามาอีกรอบ

"ฮึ่ม!! เอาไปอีกชุด Soul Strike!!" บอลพลังจิต 5 ลูกจากวิซาร์ดหนุ่มคนหนึ่งพุ่งเข้าอัดมันจนแหลกเป็นเศษเล็กเศษน้อย แม่ของเด็กวิ่งเข้ามากอดลูกสาวเพื่อปลอบขวัญ

"ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณจริงๆ " เธอหันมาขอบคุณวิซาร์ดหนุ่ม

"ไม่เป็นไรครับ เรื่องเล็กน้อย" วิซาร์ดหนุ่มตอบ

"เป็นไงบ้าง อาเรส" วิซาร์ดหนุ่มอีกคนวิ่งเข้ามา

"ปลอดภัยดีทั้งแม่และลูก" อาเรสยิ้มอย่างโล่งใจ

คำพูดเหมือนหมอตำแยชะมัดเลย เพื่อนจอมเวทย์พูดล้อคลายเครียด แต่สองหนุ่มก็หัวเราะกันได้ไม่นาน

ขณะนั้นอีกด้านหนึ่งของบ้านหลังใกล้ๆ มีแสงสีขาวสว่างขึ้นมาแวบหนึ่ง อาเรสหันไปเห็นพอดี "นี่มันแสง Grand Crossนี่ ยัยจินนี่เอาอีกแล้ว" เขาเริ่มขมวดคิ้ว "ที นายช่วยพาพวกเธอสองแม่ลูกไปยังที่หลบภัยทีนะ เดี๋ยวฉันตามไป" เขาหันไปบอกเพื่อน ทีพยักหน้าเป็นการรับคำแล้วทั้งสองก็แยกกันไป อาเรสมุ่งตรงไปยังจุดที่มีแสงส่องออกมา เมื่อเขาไปถึงก็เห็นครูเซเดอร์สาวกำลังสู้กับ Mummy 5 ตัว ตามพื้นยังมีเศษผ้าพันแผลกองอยู่เป็นหย่อมๆ แสดงว่าเจ้าหล่อนคงจัดการ Mummy ไปได้หลายตัวแล้ว

" Grand Cross!" เธอใช้กางเขนศักดิ์สิทธิ์ อีกครั้ง Mummy 3 ตัวถูกแสงศักดิ์สิทธิ์เข้าก็สลายกลายหายไปเหลือไว้แต่ผ้าพันแผล ส่วนอีกสองตัวที่เหลือก็เดินอาดๆ เข้ามาหาครูเซเดอร์สาวที่เริ่มหมดแรง

"Fire Wall !!" อาเรสร่ายกำแพงไฟกั้น Mummy ทั้งสองไว้ พวกมันยังพยายามเดินฝ่ากำแพงไฟนั้นแต่เปลวเพลิงก็เผาผลาญพวกมันจนมอดไหม้ อาเรสเข้าไปพยุงตัวครูเซเดอร์สาว

"เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ จินนี่ บอกแล้วไงว่าอย่าใช้ Grand Cross พร่ำเพรื่อ" อาเรสดุน้องสาว

"แหม.~ ก็มันประหยัดเวลาดีนี่คะพี่ แล้วต่อให้มีอันตรายยังไงพี่ก็มาช่วยอยู่แล้วจริงม้าาา..." เธอทำหน้าทะเล้นใส่อาเรสจนเขาไม่รู้จะต่อว่าอะไรอีก

"เอาเถอะๆ ทีหลังก็ระวังหน่อยแล้วกัน แล้วก็อย่างแล่นออกมาคนเดียวแบบนี้อีกล่ะ ไปกันเถอะ ทางโน้นยังมีชาวบ้านอีกเยอะ"

"ค่ะพี่" จินนีตอบ แล้วอาเรสกับจินนี่ก็พากันเดินออกไป

ประตูวาร์ปถูกเปิดขึ้นทางทิศใต้ของเมืองมอรอค ฟินิกซ์ ไอเว่น และ เลร่าพร้อมด้วยหน่วยพิเศษแห่งพรอนเทร่าอีก 20 คนออกมาจากประตูวาร์ป เมื่อมาถึงพวกเขาก็ต้องพบกับความโกลาหลภายในเมือง ทั้ง Mummy Mimic Verit และค้างคาวDrainliar ออกอาละวาดทำร้ายผู้คนไปทั่ว

โดยไม่รอช้า เลร่าพากลุ่มไนท์ และครูเซเดอร์ อีก10คนขี่นกปิโก้บุกเข้าไปเพื่อล่อให้พวกมอนสเตอร์ละความสนใจจากชาวเมือง พวกเขากระจายออกจากกันเป็นหน้ากระดานผ่านเข้าไปในฝูงชน พร้อมกับกวัดแกว่งอาวุธในมือใส่พวกมอนสเตอร์ คมอาวุธบาดถูกพวกมันเพียงผิวเผิน แต่นั่นก็เพียงพอที่จะยั่วให้มันโกรธและพุ่งเป้ามาที่กลุ่มอัศวิน พวกเลร่าควบนกปิโก้ล้อมกลุ่มมอนสเตอร์ไว้ แต่ Mummy กับVeritบางตัวหหลุดจากวงล้อมไปได้

ฟินิกซ์เข้าจับ Mummy สองตัวทุ่มลงกับพื้นอย่างแรง แล้วรัวอัดพวกมันด้วยกำปั้นจนพวกมันแน่นิ่งไป ส่วนVerit อีกสี่ห้าตัว ก็ถูก วิซาร์ดสาว กับฮันเตอร์หนุ่มในกลุ่ม รัวเวทย์และ ลูกศรเข้าใส่จนพรุนเป็นรังผึ้ง เลร่านำพวกอัศวินล่อมอนสเตอร์เข้ามาหาไอเว่น และพรีสอีก8 คนที่รออยู่แล้ว พรีสทั้งหมดเข้าล้อมกลุ่มของเลร่า ทันทีที่ไอเว่นยกมือให้สัญญาณ ไนท์และครูเซเดอร์ทั้งหมดก็ควบนกปิโก้ออกจากวงล้อมของพรีสทันที

"Magnus Exorcismus !!!" พรีสทั้งหมดร่ายคาถาโจมตี แสงศักสิทธิ์สีขาววิ่งซ้อนตัดกันบนพื้นและระเบิดตูมขึ้นมาหลอมละลายพวก Mummy และVerit จนเหลือแต่เศษซาก จากนั้นไนท์และครูเซเดอร์ก็โผเข้ามาในวงล้อมพร้อมกับกวัดแกว่งอาวุธสังหารพวก Mimic ที่เหลืออยู่ ส่วน Drainliarก็ถูกเวทย์ Heal จากพวกพรีส และลูกศรของฮันเตอร์หนุ่มสอยร่วงไปทีละตัวจนหมด

"ฟู่..เรียบร้อย..." ฟินิกซ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่

"อย่าเพิ่งวางใจ ยังไม่หมดแค่นี้หรอก พวกมันคงมีอยู่ทั่วเมืองแน่ๆ" ไอเว่นพูดเตือน เลร่าพยักหน้าเห็นด้วย

"ฉันคิดว่าเราควรหาทางติดต่อกับหน่วยพิเศษที่อยู่ที่นี่ซะก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป" เธอพูด ในขณะที่ทุกคนกำลังปรึกษากันอยู่นั้น ตรงพื้นที่เลร่ายืนอยู่ก็มีร่างคนผุดขึ้นมาจากพื้น แล้วร่างนั้นก็พุ่งขึ้นมาด้านหน้าเลร่าด้วยความเร็วสูง พร้อมกับ

"แฮ่ !!!"

" กรี๊ดดดดด!!" เลร่าตกใจพุ่งหอกออกไปข้างหน้าโดยอัตโนมัติ ร่างนั้นเบี่ยงตัวไปด้านข้างหลบได้อย่างหวุดหวิด แล้วหมุนตัวลงไปยืนได้อย่างสวยงาม

"เฮ้ย!! นังหนูนี่ ล้อเล่นนิดหน่อยถึงกับจะฆ่าแกงกันเลยเรอะ! "

"อ..อ้าว! คุณเซนเกียร์ !!! ตายแล้ว...ขอโทษค่ะ คือมันตกใจน่ะ" เลร่าลงมาจากหลังนกปิโกปิโก้แล้วก้มหัวขอโทษขอโพยเซนเกียร์เป็นการใหญ่

"เออ...แต่ฉันก็ผิดเองแหละที่ดันไปหลอกเธอแบบนั้น" เซนเกียร์เอามือเกาหัวแกรกๆ

"ขอโทษนะครับ คุณเป็นใครหรือครับ" ไอเว่นเข้ามาแทรกบทสนทนาของทั้งสอง

"นั่นสิลุง จู่ๆ ก็โผล่พรวดขึ้นมาไม่คิดจะแนะนำตัวกันบ้างเลยเหรอ" ฟินิกซ์พูด เลร่าเห็นดังนั้นจึงเข้ามาแนะนำแทน

"ทุกคนคะ นี่คือคุณเซนเกียร์เป็นหัวหน้าหน่วยพิเศษของมอรอคค่ะ" เธอแนะนำ แล้วก็หันไปทางเซนเกียร์ "แล้วพวกเค้าคือหน่วยพิเศษที่มาจากพรอนเทร่าค่ะ ..เอ่อไม่ทราบว่าสถานการตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ?" เลร่าแนะนำเสร็จก็ถามต่อทันที

"ตอนนี้กองทัพของโอซิริสยังอยู่บริเวณปราสาทกลางเมือง ส่วนหน่วยพิเศษจากมอรอคและเกฟเฟ่นรวมตัวกันอยู่ที่ร้านขายอาวุธใกล้ๆนี่ พวกชาวบ้านก็เข้าไปหลบภัยอยู่ในนั้นด้วยรวมทั้งเจ้าชายอาชูนิบัล เชื้อพระวงศ์ที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว" เซนเกียร์พูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"สถานการเลวร้ายถึงขั้นนี้แล้วหรอเนี่ย..." เลร่ามีสีหน้าวิตก

"ยังไงก็ตาม ฉันว่ารีบไปสมทบกับคนอื่นๆ ที่ร้านขายอาวุธดีกว่านะ" ฟินิกซ์ออกความเห็น ทั้งหมดจึงตรงไปยังร้านขายอาวุธด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง ระหว่างทางเลร่าก็คุยกับเซนเกียร์ ทั้งสองเดินอยู่รั้งท้าย

"คุณเซนเกียร์คะ แบบนี้เราจะทำยังไงดี"

"ฉันเองก็ยังไม่รู้เลย คงต้องปรึกษากันก่อน ตอนนี้โอซิริสยังไม่มีการเคลื่อนไหวที่ชัดเจน คงต้องรอดูสถานการณ์อีกสักพัก"

เลร่าเงียบไปซักพักแล้วจึงตัดสินใจพูด "คุณเซนเกียร์คะ"

"มีอะไรรึ"

"คุณเห็น ลอนเบิร์ก กับลินบ้างมั้ยคะ พอจะรู้บ้างมั้ยคะว่าพวกเขาอยู่ไหน" เลร่าถามด้วยสีหน้าร้อนรน เธอรู้สึกเป็นห่วงน้องๆเหลือเกินตอนนี้

"ไม่เห็นเลย"

คำตอบของเซนเกียร์ทำให้เลร่ายิ่งวิตกมากขึ้น เซนเกียร์เห็นดังนั้นจึงพูดปลอบว่า "อย่าห่วงเลย น้องทั้งสองคนของเธอล้วนแต่มีฝีมือกันทั้งนั้น พวกเขาคงอยู่ที่ไหนสักแห่งในเมืองนี้อย่างปลอดภัยอย่างแน่นอน" เมื่อเห็นรอยยิ้มของเซนเกียร์ เลร่าจึงคลายความกังวลลงและให้กำลังใจตัวเองว่าน้องทั้งสองคนต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน

ก๊อก! ..ก๊อก! ก๊อก!.... ก๊อก!! เซนเกียร์เคาะประตูร้านขายอาวุธเป็นจังหวะสั้นๆ แล้วประตูเหล็กบานใหญ่ก็แง้มออก แบล็กสมิธคนหนึ่งยื่นหน้าออกมา "เข้ามาเลยๆ" เขากวักมือเรียก

เซนเกียร์เดินนำเข้ามาโดยมีเลร่าและหน่วยพิเศษคนอื่นๆ เดินตามมา ทุกคนยกเว้นเซนเกียร์ต่างมีสีหน้าตกใจเมื่อร้านขายอาวุธกลายสภาพเป็นโรงพยาบาลขนาดย่อม ที่พื้นเต็มไปด้วยร่างของนายทหารและชาวบ้านที่บาดเจ็บนอนเรียงรายอยู่โดยมีอโคไลท์ และพรีสเพียงไม่กี่คนคอยฮีลให้ ไอเว่นและพรีสคนอื่นๆ ที่มาด้วยเข้าไปช่วยดูแลคนเจ็บทันที

"พวกคุณที่เหลือช่วยมาทางนี้ที" แบล็กสมิธร่างใหญ่บอกกับพวกเลร่า เขาและเซนเกียร์เดินนำไปที่หลังเคาท์เตอร์ แบล็กสมิธคนนั้นดึงพรมที่ปูอยู่บนพื้นออกและเปิดบานพับที่พื้นขึ้น ด้านล่างเป็นบันไดทอดยาวลงไป

เมื่อลงมาถึงชั้นใต้ดินซึ่งเป็นคลังเก็บสินค้า ภายในนั้นมีวิซาร์ด ไนท์ ครูเซดเดอร์ ฮันเตอร์ โรก และแบล็กสมิธกลุ่มหนึ่งอยู่ ดูเหมือนพวกเขากำลังปรึกษาหารือกัน แบล็กสมิธหญิงคนหนึ่งหันมาเห็นพวกเขาพอดี

"เซนเกียร์ มาพอดีเลย สถานการณ์ข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง" เธอถาม

"แย่...พวกมอนสเตอร์เดินเพ่นพ่านอยู่ทั่งเมือง ส่วนเจ้าโอซิริสก็ยังยึดปราสาทเป็นที่ตั้งโดยไม่ยอมขยับไปไหน เฮ้อ..." เซนเกียร์ถอนหายใจอย่างเป็นกังวล "แล้วทางนี้ล่ะ มีอะไรคืบหน้าบ้างมาริส"

"พวกเราส่งอโคไลท์พร้อมกับคนเจ็บบางส่วนไปยังเมืองอื่น รวมทั้งเจ้าชายอาชูนิบัลเราก็พาไปยังพรอนเทร่าแล้ว" มาริสตอบ

"โอ้..ถ้าอย่างนั้นก็ดีน่ะสิ "

"ว่าแต่เราจะจัดการโอซิริสยังไง" เลร่าถามขึ้น

อัศวินหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มตอบกลับมา "เราจะไล่ต้อนโอซิริสให้เข้าไปในปิรามิด แล้วปิดผนึกประตูทางเข้าซะ"

"ฟังดูเหมือนง่ายนะ แล้วจะทำกันยังไงล่ะ" ฟินิกซ์ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความสงสัย ทีเดินเข้ามาพูดบ้าง "พวกเราได้กระจายกำลังไปยังจุดต่างๆ ตามเมืองเรียบร้อยแล้ว พร้อมจะลงมือทุกเมื่อ ที่เหลือก็รอให้พวกพรีสมาก่อนแล้วค่อยคุยกัน"

สักพักไอเว่น กับพรีส และอโคไลท์คนอื่นๆ ก็ลงมาที่ชั้นใต้ดิน "ย้ายคนเจ็บกับชาวบ้านที่อยู่ในนี้ไปหมดแล้ว" ไอเว่นพูด เซนเกียร์จึงเรียกให้ทุกคนมารวมกันเพื่อฟังแผนการ